Thursday, May 31, 2012

ชำแหละหุ้น JUBILE 2012Q1 ดูกำไรของผู้ถือหุ้นสะสม ดอกเบี้ยจ่ายสะสม และเงินปันผลจ่ายสะสม

ผมชำแหละหุ้น JUBILE หลังงบการเงิน 2012Q1 เอากระแสเงินสดจากการดำเนินงานสะสม ลบด้วยค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสะสม ได้ออกมาเป็น กำไรของผู้ถือหุ้นสะสม (Cumulative owner's earning) ดังกราฟเส้นสีดำในภาพข้างล่างครับ




ในกราฟเดียวกันผมได้วาดกราฟของดอกเบี้ยจ่ายสะสมและเงินปันผลจ่ายสะสม เพื่อเปรียบเทียบกับกำไรของผู้ถือหุ้นสะสม ครับ ณ สิ้นไตรมาส 2012Q1 JUBILE มีกระแสเงินสดไหลเข้ากิจการสะสมไว้ได้ 230.12 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสะสม 48.06 ล้านบาท เหลือเป็นกำไรของผู้ถือหุ้นสะสม 182.06 ล้านบาท กิจการจ่ายดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้ไปแล้ว 10.07 ล้านบาท จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นไปแล้ว 254.08 ล้านบาท โปรดสังเกตว่า กิจการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นไปแล้ว มากกว่า กำไรของผู้ถือหุ้นที่สะสมมา (โดยส่วนตัวผมคิดว่า อาจมีการนำเงินสดบางส่วนที่ได้จากการขายหุ้น IPO ซึ่งบอกว่าจะนำไปขยายกิจการ มาจ่ายปันผล เพราะตามปกติเงินปันผลสะสมจะน้อยกว่ากำไรของผู้ถือหุ้นสะสมครับ)

การสกัดค่าตัวเลขจากงบการเงิน
  1. กำไรของผู้ถือหุ้น (owner's earning) = กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน - ค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
  2. ดอกเบี้ยจ่าย (interest expense) อยู่ในงบกระแสเงินสด หมวดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
  3. เงินปันผลจ่าย (dividend) อยู่ในงบกระแสเงินสด หมวดกระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงิน

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "


ชำแหละหุ้น JUBILE 2012Q1 ดูกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสะสม และค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสะสม

ผมชำแหละหุ้น JUBILE หลังงบการเงิน 2012Q1 เอาข้อมูลกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนมาจัดรูปใหม่ให้เป็นตัวเลขสะสม ได้ข้อมูลดังกราฟในภาพข้างล่างครับ



พอแปลงข้อมูลรายไตรมาสมาอยู่ในรูปแบบข้อมูลสะสมค่า จะพบว่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงานมีการสะสมค่าเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเร็วที่มากกว่าค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ณ ไตรมาส 2012Q1 JUBILE มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสะสม 230.12 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสะสม 48.06 ล้านบาท ครับ

การสกัดค่าตัวเลขจากงบการเงิน
  1. กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (cash flow from operating activities) อยู่ในงบกระแสเงินสด (statements of cash flows) = 
  2. Net cash provided  by (used in) operating activities
  3. ค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (Purchases of equipment) หมวด Cash flows from investing activities =  Purchases of equipments - Proceed from sales of equipments
  4. ค่าใช้จ่ายลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน (Purchases of  intangible assets) หมวด Cash flows from investing activities =  Purchases of  intangible assets - Proceed from sales of intangible assets
  5. ค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Capital spendings) = ข้อ 2 + ข้อ 3

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

สกรีนหุ้นด้วยกราฟ: PJW รอเกิดจุดต่ำสุดและภาวะขายมากเกินไป รอชำแหละ


ผมค้นหาหุ้นน่าลงทุนโดยสกรีนจากกราฟราคาหุ้นก่อน จากนั้นจึงไปชำแหละพื้นฐานหุ้นดูมูลค่าที่แท้จริง ถ้าราคาปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมาก ๆ เช่น 50% และตลาดมีการขายหุ้นตัวนั้นออกมามากเกินไป ก็เป็นอันว่า น่าลงทุน ถ้าตลาดยังไม่อยู่ในอารมณ์ขายมากเกินไป ก็ติดตามศึกษาไปเรื่อย ๆ ก่อน รอจนมีโอกาสเหมาะเกิดขึ้นจึงค่อยเข้า 

หุ้น PJW เพิ่งเข้าตลาดได้ไม่นาน ราคาหุ้นนับแต่เข้าตลาดมา ก็ซิกแซ็กลงมาทำจุดต่ำใหม่เรื่อย ๆ รอผลประกอบการตามบัญชีแบบเปิดเผยที่ทำขึ้นตามมาตรฐานของตลาดหลักทรัพย์ ดูตัวชี้วัด RSI หุ้นยังไม่เข้าเขตขายมากเกินไป เราก็รอไปก่อนครับ สิ่งที่ต้องทำระหว่างนี้คือ
  • ชำแหละงบเท่าที่พอจะหาได้ (เนื่องจากเพิ่งเข้าตลาด จึงประวัติสั้น)
  • ศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทให้เข้าใจแจ่มแจ้ง
  • เตรียมทุน รอโอกาส



===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

Tuesday, May 29, 2012

ชำแหละหุ้น JUBILE 2012Q1 ดูรายได้สะสม และกำไรสุทธิสะสม

ผมชำแหละหุ้น JUBILE หลังงบการเงิน 2012Q1 เอาข้อมูลรายได้และกำไรสุทธิมาจัดรูปใหม่ให้เป็นตัวเลขสะสม ได้ข้อมูลดังกราฟในภาพข้างล่างครับ




พอแปลงข้อมูลรายไตรมาสมาอยู่ในรูปแบบข้อมูลสะสมค่า จะพบว่า รายได้ และกำไรสุทธิของ JUBILE มีการพอกพูนขึ้นในลักษณะเส้นโค้ง โดยไม่มีความแตกต่างเป็นขั้นบันได ระหว่างข้อมูลรายปีและรายไตรมาสอีกต่อไป การจัดรูปแบบข้อมูลในลักษณะนี้ ทำให้เราคาดการณ์รายได้และกำไรสุทธิของกิจการในอนาคตได้ง่ายขึ้นครับ ณ ไตรมาส 2012Q1 JUBILE มีรายได้สะสม 3,812.71 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสะสม 454.81 ล้านบาท ครับ


การสกัดค่าตัวเลขจากงบการเงิน
  1. รายได้ (revenues) อยู่ในงบกำไรขาดทุน (statements of comprehensive income) = Revenue from sales + other income
  2. กำไรสุทธิ (earnings) อยู่ในงบกำไรขาดทุน (statements of comprehensive income) = Total comprehensive income


===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "





ชำแหละหุ้น JUBILE 2012Q1 ดูกำไรของผู้ถือหุ้น ดอกเบี้ยจ่าย และเงินปันผลจ่าย

ผมชำแหละหุ้น JUBILE หลังงบการเงิน 2012Q1 เอากระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ลบด้วยค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ได้ออกมาเป็น กำไรของผู้ถือหุ้น (Owner's earning) ดังกราฟเส้นสีดำในภาพข้างล่างครับ


ในกราฟเดียวกันผมได้วาดกราฟของดอกเบี้ยจ่ายและเงินปันผลจ่าย เพื่อเปรียบเทียบกับกำไรของผู้ถือหุ้น ข้อมูลก่อนปี 2009 เป็นข้อมูลรายปี ซึ่งขณะนั้นบริษัทยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ครับ ในไตรมาส 2012Q1 JUBILE มีกระแสเงินสดไหลเข้ากิจการ 7.49 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 2.74 ล้านบาท เหลือเป็นกำไรของผู้ถือหุ้น 4.75 ล้านบาท กิจการจ่ายดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้ 0.27 ล้านบาท ไม่มีการจ่ายเงินปันผลในไตรมาสนี้ โปรดสังเกตว่า กิจการจ่ายเงินปันผลในสัดส่วนที่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับกำไรของผู้ถือหุ้นที่ทำได้ครับ


การสกัดค่าตัวเลขจากงบการเงิน
  1. กำไรของผู้ถือหุ้น (owner's earning) = กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน - ค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์
  2. ดอกเบี้ยจ่าย (interest expense) อยู่ในงบกระแสเงินสด หมวดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
  3. เงินปันผลจ่าย (dividend) อยู่ในงบกระแสเงินสด หมวดกระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงิน

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

Sunday, May 27, 2012

ชำแหละหุ้น JUBILE 2012Q1 ดูกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

ผมชำแหละหุ้น JUBILE หลังงบการเงิน 2012Q1 ได้กราฟแสดงกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ออกมาดังภาพข้างล่างครับ




ข้อมูลก่อนปี 2009 เป็นข้อมูลรายปี ซึ่งขณะนั้นบริษัทยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ครับ โปรดสังเกตว่าก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ คือในปี 2008 มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (operating cash flows) ไหลออกจากกิจการประมาณ 100 ล้านบาท แต่หลังจากเข้าตลาดแล้วโดยเฉลี่ยแล้วจะมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไหลเข้ากิจการมากกว่าไหลออกครับ สำหรับค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Capital spendings) นั้นก็ค่อย ๆ มีค่าเพิ่มขึ้นทีละน้อยครับ ในไตรมาส 2012Q1 JUBILE มีกระแสเงินสดไหลเข้ากิจการ 7.49 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 2.74 ล้านบาท ครับ



การสกัดค่าตัวเลขจากงบการเงิน
  1. กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (cash flow from operating activities) อยู่ในงบกระแสเงินสด (statements of cash flows) = 
  2. Net cash provided  by (used in) operating activities
  3. ค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (Purchases of equipment) หมวด Cash flows from investing activities =  Purchases of equipments - Proceed from sales of equipments
  4. ค่าใช้จ่ายลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน (Purchases of  intangible assets) หมวด Cash flows from investing activities =  Purchases of  intangible assets - Proceed from sales of intangible assets
  5. ค่าใช้จ่ายลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Capital spendings) = ข้อ 2 + ข้อ 3

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

ชำแหละหุ้น JUBILE 2012Q1 ดูรายได้และกำไรสุทธิ

ผมชำแหละหุ้น JUBILE หลังงบการเงิน 2012Q1 ได้กราฟแสดงรายได้และกำไรสุทธิรายไตรมาสดังภาพข้างล่างครับ





ไตรมาส 2012Q1 JUBILE มีรายได้ 283.94 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 41.24 ล้านบาท เส้นกราฟสีดำแสดงการเพิ่มขึ้นของรายได้แบบมีฤดูกาล ส่วนกำไรสุทธิมีแนวโน้มเพิ่มค่าขึ้นด้วยอัตราที่น้อยกว่ารายได้ บริเวณที่มีการตกลงของรายได้และกำไรสุทธิเกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2009 ซึ่งมีการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นรายได้และกำไรสุทธิจึงเป็นตัวเลขรายปี (หารด้วย 4 จะได้ตัวเลขรายไตรมาสแบบคร่าว ๆ) ด้วยเหตุนี้การเอาตัวเลขรายได้และกำไรสุทธิแบบสะสมค่า ไปใช้ในการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นจึงมีความเหมาะสมกว่าการใช้ข้อมูลรายปีหรือรายไตรมาสแบบไม่สะสมค่า ครับ

การสกัดค่าตัวเลขจากงบการเงิน
  1. รายได้ (revenues) อยู่ในงบกำไรขาดทุน (statements of comprehensive income) = Revenue from sales + other income
  2. กำไรสุทธิ (earnings) อยู่ในงบกำไรขาดทุน (statements of comprehensive income) = Total comprehensive income

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

Friday, May 25, 2012

เป้าการพักปรับฐานของ IVL ในมุมมองของเส้น fan lines

ในระยะนี้ ราคาหุ้น IVL กำลังอยู่ในช่วงพักปรับฐาน ผมได้ใช้มูลค่าที่แท้จริงและทฤษฎีการวิเคราะห์ทางเทคนิคแบบต่าง ๆ เพื่อคาดการณ์จุดที่ราคาหุ้น IVL มีโอกาสกลับตัวฟื้นกลับขึ้นไป ซึ่งได้ข้อมูลดังนี้

  • มูลค่าที่แท้จริง 39.00 บาท - 48.25 บาท จุดที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัย 50% จากมูลค่าที่แท้จริง 19.50 บาท - 24.25 บาท  [ดูรายละเอียดที่นี่]
  • Fibonacci ของการแรลลี่ 23.20 บาท ไป 42.50 บาท ด้วยอัตราส่วน 0.00 ได้ 23.20 บาท และอัตราส่วน 0.236 ได้ 18.65 บาท [ดูรายละเอียดที่นี่]

สำหรับในโพสต์นี้ ผมจะลองใช้เทคนิคการวาด fan lines หรือลากเส้นรูปพัด เพื่อดูว่า การพักปรับฐานในปัจจุบันน่าจะไปเด้งขึ้นที่ระดับใด วีธีการก็ไม่มีอะไรมาก ผมเข้า BigCharts.com วาดกราฟของหุ้น TH:IVL แบบรายวันย้อนหลังสามปี จากนั้นลากเส้นจากจุดสูงสุดของกราฟ แถว ๆ 62 บาท เชื่อมต่อไปยังจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดต่าง ๆ ในกราฟ จะได้เส้นตรงจำนวนหนึ่งที่ลากออกจากจุดเดียวกัน แล้วบานออกไปทางขวาคล้ายรูปพัดดังในภาพข้างล่าง ในขณะที่ผมเขียนอยู่นี้ ราคาหุ้นอยู่ที่ 27.25 บาท หลุดจากเส้นสีม่วงที่ 4 นับจากด้านบนลงมาแล้ว เส้นถัดไปคือเส้นสีบานเย็น และจุดแนวรับบนเส้นนี้อยู่แถว ๆ 22 - 23 บาท (ลูกศรชี้) เส้นสีบานเย็นที่ว่านี้ เป็นเส้นที่ลากผ่านจุดสูงสุดของการแรลลี่ในช่วงน้ำเริ่มท่วมปี 2011 ที่ระดับประมาณ 37 บาท นอกจากนี้ จุดที่ลูกศรชี้ยังเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา จึงถือได้ว่าเป็นเส้นที่สำคัญทีเดียว  จากที่ผมเคยดูกราฟลักษณะนี้ในหลาย ๆ กรณี เมื่อราคาหุ้นปรับลงไปถึงจุดต่ำสุดเดิมแล้วเด้งกลับ ในภายหลังกราฟมักจะออกมาเป็นรูปตัว "พ" หรือเลยไปเป็นตัว "ฟ" ต่อไปครับ





===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

Thursday, May 24, 2012

เหตุผลที่ดัชนี SET อาจปรับฐานลงไปได้ถึงระดับ 1,000 จุด

     การปรับตัวของดัชนี SET ในระยะนี้มีความผันผวนอย่างมาก ดังนั้นผมจึงติดตามสถานการณ์ด้วยภาพในมุมกว้าง เพื่อมองหาระดับเป้าหมายที่ดัชนี SET มีโอกาสสูงที่จะใช้เป็นจุดกลับตัวระหว่างการพักปรับฐาน ในภาพข้างล่าง เส้นสีแดงเป็นกราฟของดัชนี SET ในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผมได้ลองวาดเส้นแนวโน้มด้วยเส้นตรงสีแดงขนานกัน โดยที่เส้นตรงดังกล่าวลากผ่านจุดต่ำสุด-สูงสุดต่าง ๆ จากลักษณะของกราฟ ผมกำหนดให้เส้นสีแดงเรืองแสง เป็นแกนกลางของช่องแนวโน้มใหญ่ เมื่อพิจารณาคร่าว ๆ จะพบว่า ตลอดช่วงเวลา 4 ปี ระหว่างปี 2004 - 2007 ดัชนี SET ได้เคลื่อนไหวใกล้ชิดอยู่กับเส้นแกนกลางเรืองแสงนี้ จนเกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในช่วงปี 2008-2009 ดัชนี SET จึงได้ปรับฐานลงหนัก และห่างออกจากเส้นแกนกลางนี้อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงกลับมาเคลื่อนตัวใกล้เส้นแกนกลางอีกครั้งในระหว่างปี 2010-ปัจจุบัน




     ผมใช้ช่องแนวโน้มที่สร้างขึ้นติดตามดูว่า จุดสูงสุดที่เพิ่งผ่านมาล่าสุดของดัชนี SET ที่ 1,247.72 จุดนั้นมีความสำคัญพอที่จะเป็นจุดกลับตัวเพื่อพักปรับฐานได้หรือไม่ พบว่ามีเส้นแนวโน้มผ่านจุดนี้พอดี นอกจากนี้ เส้นดังกล่าวยังไปผ่านจุดสูงสุดของดัชนี SET เมื่อต้นปี 2004 อีกด้วย เลยทำให้เส้นแนวโน้มเส้นนี้เป็นเส้นที่อยู่บนสุดแล้วนับตั้งแต่ดัชนี SET เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติต้มยำกุ้ง เพราะเหตุนี้ ดัชนีจึงได้ทำการพักปรับฐานเมื่อได้ขึ้นมาแตะกับเส้นแนวโน้มเส้นนี้อีกครั้งในรอบ 9 ปี หากเราย้อนกลับไปดูเหตุการณ์เมื่อต้นปี 2004 จะพบว่า เมื่อดัชนี SET ชนเส้นแนวโน้มนี้แล้ว ได้ปรับตัวลงมาอยู่ที่เส้นแกนกลางเรืองแสง ซึ่งหากเราไล่ไปตามเส้นเรืองแสงไปทางขวาจนถึงเวลาในปัจจุบันจะพบว่า เส้นดังกล่าวอยู่ที่ระดับเหนือ 1,000 จุดเพียงเล็กน้อย (จุดที่ลูกศรแดงชี้) ซึ่งเราอาจจะคิดเป็นเลขกลม ๆ 1,000 จุดไปเลยก็ได้ จากเหตุการณ์ในอดีต ผมคิดว่ามีโอกาสไม่น้อยที่ดัชนี SET จะปรับฐานลงไปเด้งกลับที่ระดับประมาณ 1,000 จุดอีกครั้ง ก่อนที่จะสามารถยืนอยู่ในครึ่งบนของช่องแนวโน้มใหญ่ได้อย่างถาวรต่อไปครับ



===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

ติดตามสถานการณ์ fund flow 23 พ.ค. 2012


     ระยะสองสัปดาห์มานี้ นักลงทุนต่างชาติเริ่มมีการขายหุ้นไทยออกมา ผมติดตามสถานการณ์โดยการเก็บข้อมูลปริมาณเงินลงทุนในหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติจนถึงวันที่ 23 พ.ค. 2012 ได้ดังกราฟเส้นสีน้ำเงินในภาพข้างล่าง ผมลากเส้นตรงสีน้ำเงินเชื่อมต่อจุดต่ำสุดสองจุด แล้ววาดเส้นขนานกับเส้นดังกล่าวอีกหลายเส้น เกิดเป็นช่องแนวโน้ม 4 ช่อง นับตั้งแต่ต้นปี 2009 เป็นต้นมา กราฟเส้นสีน้ำเงินจะกระเด้งไปมาภายในช่องแนวโน้มล่างสุด เพิ่งเมื่อต้นปี 2012 นี้เองที่เส้นกราฟสามารถทะลุเข้าไปในช่องแนวโน้มที่ 2 และในขณะนี้เส้นกราฟเริ่มหักกลับลงมา มุ่งหน้าสู่เส้นแบ่งช่องแนวโน้ม บริเวณที่มีลูกศรชี้ พร้อมกับการปรับฐานของดัชนี SET 
     ผมเคยโพสต์เป้าหมายของการปรับฐานดัชนี SET ซึ่งวิ่งจาก 843.69 จุด ไป 1,247.72 จุด ว่า อยู่ที่ 1,093.38 จุด หรือ 1,045.71 จุด หรือ 998.03 จุด สำหรับระดับ Fibonacci 0.618 หรือ 0.500 หรือ 0.382 ตามลำดับ ถ้าคิดเป็นตัวเลขกลม ๆ เป้าหมายเหล่านี้ได้แก่ 1,100 จุด 1,050 จุด และ 1,000 จุด ซึ่งก็เหลืออยู่ไม่มากก็จะไปถึงจุดเหล่านี้แล้ว เมื่อพิจารณาภาพข้างล่าง ผมคิดว่า นักลงทุนต่างชาติยังสามารถขายออกได้อีกระยะหนึ่ง และการระบายหุ้นดังกล่าวน่าจะทำให้ดัชนี SET ลดลงมาถึงระดับ 1,000 จุด บริเวณเส้นแบ่งช่องแนวโน้มเส้นกึ่งกลางในรูป ครับ






===================================================


ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"