Showing posts with label [.Quotations]. Show all posts
Showing posts with label [.Quotations]. Show all posts

Sunday, June 29, 2014

หุ้น Facebook กำลังจะวิ่ง ?

ผมแปะ [ รวมข้อคิดการลงทุน จาก วิชัย วชิรพงศ์ ] ไว้ในบล็อกมาหลายปี เอาไว้อ่านทบทวนการลงทุนครับ วันนี้ดูกราฟหุ้น Facebook แล้ว ตรงกับข้อคิดเสี่ยยักษ์ที่ว่า

###
ถ้าหุ้นเป็น "ขาลง" แล้ว "วอลุ่มหาย" นี่เป็นตามธรรมชาติ แต่ถ้าหุ้นเป็น "ขาขึ้น" แล้ว "วอลุ่มหาย" นี่มันผิดกฎธรรมชาติ ให้สงสัยไว้ก่อนว่า "มันกำลังจะวิ่ง"
###

เลยตัดสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในกราฟหุ้น Facebook รายสัปดาห์ มาให้ดูเป็นภาพ "BEFORE" ข้างล่างครับ หุ้นจะพุ่งหรือไม่จะเอาภาพ "AFTER" มาวางคู่ขนานให้ดูต่อไปครับ

fb/thstockinvest (message มาถามได้ครับ)



Short URL =  http://bit.ly/1wXxeiU

บริการดูกราฟหุ้นตามสั่ง คลิก! ]


==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน เพิ่มพูนกระแสเงินสด

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

ค้นหาในเฟซบุ๊ค "thstockinvest"
ค้นหาในกูเกิล "ลงทุนหุ้นไทย thstockinvest"

Tuesday, April 24, 2012

ระหว่างรอผลประกอบการ 2012Q1 มาแวะดู Big Picture ของดัชนี SET กันก่อน


          ผมทบทวนภาพใหญ่ของดัชนี SET โดยใช้ช่องแนวโน้มขาขึ้นที่ได้ปรับเปลี่ยนมาแล้วระยะหนึ่งในโพสต์ก่อน ๆ ซึ่งผมได้แบ่งช่องแนวโน้มขาขึ้นของดัชนี SET ออกเป็นชั้น ๆ แต่ละช่องแนวโน้มมีแกนกลางร่วมกันคือ เส้นประสีดำ เมื่อเรียงช่องแนวโน้มดัชนีจากด้านใน ไปหาด้านนอก จะมีลำดับคือ ช่องเส้นประสีชมพู ช่องเส้นประสีเขียว ช่องเส้นประสีแดง ช่องเส้นประสีน้ำเงิน ดังภาพข้างล่าง ในกราฟจะสังเกตได้ว่า ระหว่างเกิดวิกฤติซับไพรม์ ดัชนี SET ได้เบี่ยงออกจากแกนเส้นแกนกลางสีดำลงไปถึงขอบล่างของช่องแนวโน้มสีน้ำเงิน แล้วฟื้นตัวกลับมาอยู่ในช่องแนวโน้มสีชมพูอีกครั้งเมื่อกลางปี 2010 นับแต่นั้นมา ดัชนี SET ก็เด้งขึ้นลงในระหว่างเส้นแกนกลางสีดำกับขอบบนของช่องแนวโน้มสีชมพู โดยมีความพยายามจะฝ่าออกจากช่องสีชมพูนี้ถึงสามครั้ง ในครั้งที่สามดัชนีทะลุช่องสีชมพูออกไปได้เพียงเล็กน้อยก็ชนกับระดับแนวต้านใหญ่เส้นทึบสีชมพูซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของดัชนีเมื่อต้นปี 1995 ที่ระดับประมาณ 1,550 จุด แต่ผ่านขึ้นไปไม่ได้ จึงปรับตัวลงอย่างรวดเร็วลงมายับยั้งอยู่ที่ เส้นประสีชมพูขอบล่างเมื่อเดือนตุลาคม 2010 แล้ววิ่งย้อนกลับขึ้นมาทดสอบขอบบนของช่องแนวโน้ม และทดสอบแนวต้านปี 1995 อีกครั้ง คราวนี้สามารถทะลุจุดตัดระหว่างเส้นขอบบนของช่องแนวโน้มสีชมพูกับเส้นแนวต้านปี 1995 (จุดสีชมพู) ขึ้นไปได้ จนดัชนีไปทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 16-17 ปี ที่บริเวณ 1,220 จุด จึงได้พักเหนื่อยเอาแรงโดยการย้อนลงมาแตะเส้นสีชมพูอีกครั้ง ทำให้ในปัจจุบัน ดัชนี SET กำลังอยู่ระหว่างเส้นประสีชมพูและเส้นประสีเขียว และน่าจะประคองตัวอยู่ในช่องนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะชนแนวต้านสำคัญถัดขึ้นไปที่บริเวณแนวตัดระหว่างเส้นขอบบนของช่องแนวโน้มสีเขียวและเส้นแนวต้านช่วงกลางปี 1996 (จุดสีเขียว) ที่ระดับประมาณ 1,275 จุด 

2012-04-23 SET in a big picture

      เมื่อย้อนกลับไปดูการพักปรับฐานใหญ่ของดัชนี SET เมื่อกลางปี 1999 และต้นปี 2004 จะพบว่า ทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ดัชนี SET ขึ้นไปแตะเส้นขอบบนของช่องแนวโน้มสีเขียว แต่ไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ ดังนั้นที่บริเวณจุดสีเขียวในภาพ จะเป็นการทดสอบแนวต้านสำคัญนี้อีกเป็นครั้งที่สาม หากไม่สามารถผ่านจุดเขียวไปได้ SET ก็น่าจะพักปรับฐานลงมาที่เส้นแนวนอนสีชมพูเพื่อเอาแรงก่อน แต่หากสามารถผ่านไปได้ จุดแนวต้านสำคัญถัดไปน่าจะอยู่ที่บริเวณจุดสีแดง บริเวณประมาณ 1,425 จุด หากไม่สามารถผ่านจุดสีแดงไปได้ ดัชนี SET ก็น่าจะพักปรับฐานลงมาที่เส้นแนวนอนสีเขียว หรือเส้นแนวนอนสีชมพูอีกครั้งครับ 
     มาถึงตรงนี้ ผมได้รับใช้เพื่อนนักลงทุนโดยการฉายภาพความเป็นมาในอดีตของดัชนี SET และความเป็นไปที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งส่วนที่เป็นอนาคตนั้นอาจจะไม่เกิดขึ้นตามที่ผมจินตนาการไว้ก็เป็นได้นะครับ ในมุมมองส่วนตัวของผมแล้ว ถ้าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้จริงในระยะยาวแล้ว ดัชนี SET จะต้องผ่านจุดสีเขียวขึ้นไปก่อนเพื่อเปลี่ยนแกนกลางของช่องแนวโน้มจากเส้นประสีดำไปเป็นเส้นประสีเขียว จากนั้นในระยะยาวขึ้นไปอีก ดัชนี SET จะต้องผ่านเส้นขอบบนของช่องแนวโน้มสีน้ำเงินออกไปให้ได้ครับ


===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

Friday, April 20, 2012

ทางลัดดูข้อมูลและกราฟหุ้น แบบรวดเร็วทันใจ


ผมทำทางลัดเข้าดูกราฟหุ้น แบบรวดเร็วทันใจครับ เพียงบุ๊คมาร์คหน้านี้ไว้ เลือกกดลิงค์ดูกราฟที่ต้องการครับ ในลิงค์ที่ผมตั้งไว้เป็นกราฟหุ้น BBL สำหรับกราฟของหุ้นตัวอื่น ๆ ให้เปลี่ยน symbol จาก th:bbl เป็นตัวอื่นเช่น th:ptt หรือ th:ivl เป็นต้น (อยู่มุมซ้ายบนของจอ) แล้วกดปุ่ม DRAW CHART ครับ สำหรับกราฟดัชนี SET ให้เปลี่ยน symbol จาก th:bbl เป็น th:set แล้วกดปุ่ม DRAW CHART ครับ 

นอกจากนี้ยังมีทางลัดไปดูข้อมูลคร่าว ๆ ของหุ้น เช่น ราคาหุ้น ปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ในปัจจุบัน ผมตั้งค่าไว้ให้แสดงข้อมูลของหุ้น IVL สำหรับข้อมูลหุ้นตัวอื่น ๆ ให้กรอก symbol หุ้น เช่น PTT ลงในช่อง ค้นหาข้อมูลหลักทรัพย์ ที่มุมขวาบนของจอ แล้วกดปุ่ม GO ครับ
สุดท้ายทางลัดไปดูข้อมูลระดับดัชนีหุ้นในปัจจุบัน คลิกที่นี่ครับ

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

Wednesday, March 14, 2012

SET เคลื่อนเข้าใกล้ 1200 จุด ถึงเวลามองหา big picture อีกครั้ง

ในขณะที่ SET สามารถยืนเหนือระดับ 1150 จุด ได้ และค่อย ๆ คืบคลานไปทาง 1200 จุด ท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจระดับโลกที่ทยอยออกมา ดีขึ้นทีละน้อย แต่บรรยากาศการลงทุนในหุ้นไทยกลับออกแนวขมุกขมัว กองทุน สถาบันในประเทศ และรายย่อยไทยออกอาการ กล้า ๆ กลัว ๆ พากันไม่แน่ใจว่าต่างชาติที่ยังคงเก็บหุ้นอยู่อย่างต่อเนื่องจะกลับลำเมื่อใด บรรยากาศแบบนี้ SET ยังจะไปต่ออีกไกลแค่ไหน ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนท่านทั้้งหลายนั่นแหละครับ แต่ลองบังคับขาให้เลิกสั่นแล้วยืนนิ่ง ๆ เพ่งดูภาพรวมความเป็นมาเป็นไปของ SET ดูกันอีกทีดีไหมครับว่าคราวนี้เราจะเห็นอะไรใน big picture นี้บ้าง ผมใช้บริการฟรีของ BigCharts.com เพื่อเปิดกราฟรายวันของ TH:SET แบบ all data ขึ้นมาดูแล้วลองสร้างช่องแนวโน้มราคา (ซึ่งสร้างได้หลายแบบ เข้าทำนองตาดีได้ตาร้ายเสีย) ออกมาดังรูปข้างล่าง ในสายตาของผม ผมจินตนาการช่องแนวโน้มราคาได้ 3 ช่อง คือชั้นใน (สีเหลือง) ชั้นกลาง (สีแดง) และชั้นนอก (สีเขียว) ถ้าใช้ช่องแนวโน้มราคาลักษณะนี้เป็นเกณฑ์ ขณะนี้ SET ได้กลับขึ้นมาชนเส้นขอบบนของช่องชั้นในสีเหลืองแล้ว เมื่อดูจากอาการกล้า ๆ กลัว ๆ ของนักลงทุนชาวไทย แล้ว ยังไม่น่าจะใช่เวลาอันเหมาะสมที่ต่างชาติจะกลับลำเทขายหุ้นออกมา แต่น่าจะรอไปขายตอนนักลงทุนไทย โดยเฉพาะรายย่อยทุ่มไม่อั้นแบบไม่กลัวกองไฟเสียก่อน ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากที่ SET จะเดินทางต่อไปจนกว่าจะชนเส้นขอบบนของช่องแนวโน้มราคาชั้นกลางสีแดง บริเวณ 1275 จุด แล้วจึงพักปรับฐานใหญ่ ตอนนี้ก็เฝ้าระวังปริมาณเงินลงทุนในหุ้นไทยของต่างชาติอย่างใกล้ชิดต่อไปเรื่อย ๆ ครับ 

จากภาพรวมนี้จะสังเกตได้อีกว่า การพักปรับฐานที่ใหญ่ที่สุด เกิดตอนต้มยำกุ้ง รองลงมาเป็นตอนแฮมเบอร์เกอร์ครับ ถ้าดูเฉพาะแนวโน้มดัชนี SET หลังต้มยำกุ้งเป็นต้นมา จะพบว่าจุดต่ำสุดในวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์อยู่ที่ประมาณ 400 จุด กำหนดเป็นเส้นขอบล่างของช่องแนวโน้มชั้นนอกสีเขียว เมื่อกำหนดให้เส้นขอบบนของช่องดังกล่าวสมมาตรกับเส้นขอบล่างจะได้ว่าแนวเส้นนี้จะไปสอดคล้องกับระดับแนวต้านใหญ่ที่ระดับประมาณ 1540 จุด ระดับดังกล่าวอาจจะไกลเกินไปที่จะพูดถึงในตอนนี้ แต่ผมเอามาแปะไว้ให้ดูเล่นเท่านั้นเองครับ

2012-03-13 SET in a big picture

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

Monday, January 30, 2012

บทเรียนใหม่ของผม "In an uncertain situation, always look at the big picture !"

ปลายเดือนกันยายน 2011 ตลาดเกิด panic sell ในเวลาประมาณ 3 เดือน (สิงหาคม - ตุลาคม) ดัชนี SET ได้ลดจากระดับประมาณ 1150 จุด เหลือ 850 จุด ในช่วงที่ SET ลงมาเกือบจะถึง 850 จุด นั้น มีนักเทคนิคหลายท่านเช่น คุณเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ได้บอกว่า 850 จุดเป็นระดับต่ำสุดแล้วให้เข้าลงทุนไ้ด้ ในตอนนั้น ผมไม่เชื่อคำแนะนำนี้เลยแม้สักนิดเดียว หลายคนบอกว่า คุณเอกพิทยา ฆ่าตัวตายที่ออกมาฟันธงแบบนั้น ผมเลือกที่จะเชื่อ มาร์ค เฟเบอร์ ผู้จัดการเฮดจ์พันด์ที่มาปักหลักลงทุนอยู่ที่เชียงใหม่ซึ่งบอกว่า ถ้า SET ไม่ลงมา 750 เขาจะไม่ลงทุนเพิ่ม ในช่วงนั้น ผมเองเชื่อว่า ปัญหาหนี้ยุโรปและน้ำท่วมใหญ่ที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ น่าจะทำให้ SET ลงไปต่ำกว่า 850 ได้อีก จึงเลือกที่จะถือเงินสด 100% มาถึงตอนนี้ทุกท่านคงทราบดีว่า ในครั้งนั้น คุณเอกพิทยาฟันธงไว้ถูกต้อง และผมเองที่คิดผิดจนต้องนั่งมองดูตลาดปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 225 จุด ผมทบทวนเหตุการณ์ พยายามหาดูว่า เราพลาดตรงไหน บทเรียนอะไรที่เราควรได้เรียนรู้จากความผิดพลาดครั้งนี้ ? 

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2012 พี่ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ (รุ่นพี่โรงเรียนของผม) ได้โพสต์ในเฟสบุ๊คว่า ถ้าวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2012 SET ปิดเหนือ 1,080 จุดได้ SET น่าจะไปต่อได้อีก ผมเห็นกราฟ SET ของพี่ณัฐวุฒิ แล้วก็ไขปัญหาแตกโพล๊ะ ผมพลาดไปเพราะดันลืมมองภาพใหญ่นั่นเอง "In an uncertain situation, always look at the big picture !" หลังจากตีอกชกลมจนสาสมแก่ความโง่และเซ่อของตัวเองพอสมควรแล้ว ผมไปดู "big picture" โดยไปที่ Bigcharts.com กรอกรหัสหุ้น TH:SET แล้วเรียกดู advanced chart รายเดือน ครอบคลุมข้อมูลทั้งหมดที่ Bigcharts.com มีอยู่ ได้เป็นกราฟรายเดือนครอบคลุม ช่วงปี 1993 - ปัจจุบัน (ปฏิวัติ รสช ปี 1991 ตกขอบกราฟทางซ้ายมือไป 2 ช่อง ไม่เห็นในภาพ) เมื่อได้ภาพออกมาแล้ว ผมบันทึกภาพกราฟลงคอมพิวเตอร์ จากนั้นเปิดไมโครซอฟท์เวิร์ดขึ้นมา วางภาพที่เพิ่งบันทึกเอาไว้ลงในเอกสารเปล่า แล้วลงมือย้อนรอยอดีตทันที 

2012-01-30-SET-keep-track-of-the-big-picture-monthly

ผมสังเกตว่า นับตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจปี 1997 เป็นต้นมา SET ได้ทำ new high ไว้หลายแห่ง เช่น กลางปี 1999, ต้นปี 2004, ปลายปี 2007 และล่าสุด กลางปี 2011 ผมใช้ drawing tool ในไมโครซอฟท์เวิร์ด ลากเส้นตรงเชื่อมต่อจุดสูงสุด ดัึงกล่าวมา ได้เส้นสีแดงดังภาพ จากนั้นจึงทำสำเนาเส้นที่ลากขึ้นนี้ โดยแตะตัวชี้ไปที่เส้น จากนั้น กด CTRL-C และ CTRL-V (หรือเลือก copy และ paste ก็ได้) โปรแกรมจะสร้างเส้นตรงใหม่ที่มีความชันเท่ากับเส้นสีแดงแต่เหลื่อมไปทางขวาเล็กน้อย ผมทำสำเนาเส้นที่เกิดขึ้นใหม่ด้วยกระบวนการเหมือนเดิมไปเรื่อย ๆ ผมประหลาดใจมากที่ ไมโครซอฟท์เวิร์ดสามารถวางเส้นใหม่ลงในตำแหน่งที่เชื่อมต่อจุดสูงสุด หรือ จุดต่ำสุด หลาย ๆ แห่งในกราฟได้อย่างใกล้เคียงมาก อาศัยการจัดตำแหน่งเส้นใหม่อีกเล็กน้อย ผมได้เส้นสีน้ำเงิน ที่ลากไปแตะจุดต่ำสุดของ SET ในวิกฤติซับไพรม์ บริเวณ 400 จุุด  ถึงตอนนี้ผมได้ช่องแนวโน้มความเป็นไปของ SET แบบ big picture ออกมา โดยมีแนวต้านใหญ่เป็นเส้นสีแดง และเส้นแนวรับใหญ่เป็นเส้นสีน้ำเงิน จากนั้นผมมองไปที่บริเวณ 850 จุดพบว่า เส้นแนวโน้มเส้นหนึ่งเชื่อมต่อจุดต่ำสุดของวิกฤติต้มยำกุ้งบริเวณประมาณ 200 จุด บริเวณกลางปี 1998 เข้ากับจุดสูงสุดบริเวณกลางปี 2002 เข้ากับจุดต่ำสุดที่เกิดจาก การบังคับเก็บภาษีเงินทุนไหลออกนอกประเทศ 30% ของหม่อมอุ๋ยในรัฐบาลขิงแก่ ปลายปี 2006 เข้ากับ new high ย่อย ๆ บริเวณปลายปี 2009 ต่อต้นปี 2010 ผมเปลี่ยนสีเส้นแนวโน้มนี้เป็นสีเขียว ดังภาพครับ ผมไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมคุณเอกพิทยาถึงได้กล้าฟันธงว่า 850 จุด เป็นระดับต่ำสุดแล้วสำหรับการปรับฐานเมื่อเดือนตุลาคม 2011 เพราะเส้นสีเขียวของผมลากผ่านจุดดังกล่าวพอดี  ผมพิจารณาต่อไปอีกพบว่า เส้นสีเขียวที่ได้ออกมา อยู่ตรงกลางระหว่างเส้นสีแดง และเส้นสีน้ำเงิน พอดีอีกด้วย !!!

ถ้าเพื่อนนักลงทุนตามผมมาถึงจุดนี้แบบเข้าใจแจ่มแจ้ง ผมเชื่อแน่ว่าท่านเองก็สามารถสร้าง big picture ไว้ใช้เองโดยไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ก่อนจบโพสต์นี้ ผมอยากชี้ให้เห็นว่า ระดับของ SET แถว ๆ 1075 ในปัจจุบันได้เคลื่อนเข้าใกล้เส้นสีแดงมากแล้ว ดูจากทิศทางการเคลื่อนตัวของราคาหุ้น คาดว่าน่าจะชนเส้นสีแดงแถว ๆ 1200 - 1250 จุด น่าลุ้นเป็นอย่างยิ่งว่าจะฝืนชะตาฟ้าทะลุ 1200 จุดขึ้นไปได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ SET ก็จะเด้งไปมาเป็นลูกปิงปองระหว่างเส้นสีแดงและสีเขียว แต่หากว่าสามารถฝืนลิขิตฟ้าได้ แนวต้านที่ปลายสายรุ้งก็คือ แนวเส้นสีดำบริเวณ 1800 จุด ตรงกับจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยเส้นนี้ลากผ่านจุดต่ำสุดเมื่อกลางปี  1993 (หลังการลุกขึ้นสู้ "พฤษภาประชาธรรม" 1 ปี) พอดี ในกราฟก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งโปรดสังเกตว่า SET พุ่งจาก ประมาณ 825 จุด ขึ้นไป 1750 จุด หรือมากกว่าสองเท่า ในเวลาเพียง 8 เดือน พุ่งแรงจนน็อคคาที่เลยครับ

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
เรียนรู้การดูกราฟหุ้นทางเทคนิคได้ที่ Free Stock Technical Analysis Tutorial
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Thursday, December 15, 2011

ลงทุนอย่าง ลี กา ชิง

สะสมเงินช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น ลงทุนช่วงเศรษฐกิจขาลง

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
เรียนรู้การดูกราฟหุ้นทางเทคนิคได้ที่ Free Stock Technical Analysis Tutorial
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Wednesday, November 30, 2011

การชำแหละพื้นฐานหุ้นคืออะไร


มีเพื่อนนักลงทุน message มาถามผมถึงราคาเป้าหมายของหุ้นตัวหนึ่งซึ่งผมไม่เคยศึกษาอย่างละเอียดมาก่อน คำตอบของผมเป็นแบบนี้แหละครับ

"ชำแหละพื้นฐานหุ้น คือ การเอางบการเงินของกิจการทุกไตรมาส (รวมทั้งหมายเหตุประกอบงบการเงิน) หลายปีย้อนหลัง มาสกัดเอาค่าัปัจจัยพื้นฐานที่สามารถบ่งชี้ความเป็นไปของหุ้นตัวนั้น จากนั้นคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นนั้นจากปัจจัยพื้นฐานที่สกัดได้ ถ้าหุ้นนั้นดีจริง เราก็ยังไม่ควรผลีผลามเข้าซื้อ ควรรอโอกาสที่หุ้นมีราคาตกลงมาเหลือครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริงที่คำนวณได้ก่อน จึงจะถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ เพียงพอที่เราจะเอาเงินที่หามาได้อย่างยากเย็นของเรามาลงทุนให้มันงอกเงยต่อไป ถ้าไม่ทำแบบนี้ (ชำแหละ) ก่อนซื้อหุ้น โอกาสขาดทุน มีมากกว่าได้กำไร เอาเงินไปฝากแบงค์ดีกว่าครับ"

=============================================
ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
เรียนรู้การดูกราฟหุ้นทางเทคนิคได้ที่ Free Stock Technical Analysis Tutorial
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"