Showing posts with label [.Simple moving averages]. Show all posts
Showing posts with label [.Simple moving averages]. Show all posts

Saturday, April 27, 2013

ผลกระทบจากการจ่ายปันผลเป็นหุ้นในกราฟทางเทคนิค

     ในระยะนี้ หลายบริษัทจดทะเบียนนิยมจ่ายปันผลออกมาเป็นหุ้น หรือเป็นเงินสดบวกหุ้น นักลงทุนที่ใช้กราฟราคาหุ้นเป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจซื้อขายหุ้นควรศึกษาว่า การจ่ายปันผลเป็นหุ้นกระทบกระเทือนหรือมีผลอย่างไรต่อกราฟราคาหุ้น ซึ่งผมขออธิบายดังนี้ เริ่มจากองค์ประกอบหลักของกราฟราคาหุ้น แกนนอนจะเป็นวันที่ซื้อขายหุ้น แกนตั้งจะเป็นราคา ซึ่งการแสดงราคาในกราฟทำได้หลายแบบตามความถนัดเช่น แบบแท่งเทียน(candle stick) แบบราคาเปิด-สูง-ปิด-ต่ำ (OHCL) แบบราคาปิด (closed) เป็นต้น นอกจากนี้ก็มีเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในกรอบระยะเวลาต่าง ๆ เช่น SMA 7 วัน เป็นต้น
     ราคาหุ้นและค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของราคาหุ้น ไม่ว่าจะแสดงแบบใดล้วนมีฐานของตัวเลขมาจาก ราคาต่อหุ้น ดังนั้นเมื่อมีการจ่ายเงินปันผลออกมาเป็นหุ้น จำนวนหุ้นของหลักทรัพย์นั้นย่อมเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาต่อหุ้นต่ำลง ดังนั้น ในวันที่หลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย XD ซึ่งเป็นวันแรกที่ต้องใช้จำนวนหุ้นของหลักทรัพย์ค่าใหม่ที่เป็นผลรวมของจำนวนหุ้นเดิมบวกจำนวนหุ้นใหม่จากการปันผล ตัวอย่างเช่น หุ้น SALEE ประกาศจ่ายปันผลเป็นหุ้น ในสัดส่วน 5:1 โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 25 เม.ย. 2013 หมายความว่า ถ้า ณ สิ้นวันที่ 24 เม.ย. 2013 มีหุ้นอยู่เดิม 5 หุ้น ในวันที่ 25 เม.ย. 2013 ซึ่งเป็นวันขึ้นเครื่องหมาย XD จะมีหุ้นอยู่ 5+1 = 6 หุ้น ดังนั้นจำนวนหุ้นใหม่จึงมีค่า 6/5 = 1.20 เท่าของจำนวนหุ้นเดิม แต่เนื่องจากราคาหุ้นในกราฟทางเทคนิค เป็นราคาต่อ 1 หุ้น ในวันที่ 25 เม.ย. 2013 จำนวนหุ้นได้เพิ่มเป็น 1.20 หุ้น ดังนั้นราคาตามจำนวนหุ้นใหม่จึงปรับเป็น ราคาใหม่ = ราคาเดิม/1.20 ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (moving average) ต่าง ๆ ในกราฟหุ้นซึ่งคำนวณมาจากราคาหุ้นอีกทีหนึ่งจึงต้องปรับค่าใหม่ตามไปด้วย ภาพข้างล่างแสดงกราฟหุ้น SALEE ก่อนและหลังการปรับผลกระทบจากการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นครับ



Short URL =  http://bit.ly/11L1wVX

==============================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ + เงินสด + มูลค่าปัจจุบันของ [ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลรับระหว่างถือหุ้น 10 ปี ]

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Wednesday, March 6, 2013

ช่องแนวโน้มขาขึ้นที่ช่วยไกด์ราคาหุ้น CK ร่วมกับเส้น SMA14 วัน

     นอกจากเส้นค้าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 14 วัน หรือ SMA14D ที่ช่วยเป็นแนวให้ราคาหุ้น CK ได้ไต่ระดับสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้ว การดูกราฟรายวันของ CK ในวันนี้ผมเห็นช่องแนวโน้มขาขึ้นแนวใหม่ซึ่งต่างจากที่ผมได้ใช้มาระยะหนึ่งแล้ว แนวใหม่นี้ใช้เส้นเชื่อมจุดสูงสุดกลางเดือนธันวาคม 2012 และกลางเดือนกุมภาพันธ์  2013 เป็นขอบบน แล้วจึงลากเส้นขนานกันเป็นขอบล่าง ได้ออกมาเป็นช่องแนวโน้มสีเขียวดังภาพข้างล่างครับ เพื่อนนักลงทุนลองมองช่องแนวโน้มสีเขียวร่วมกับเส้น SMA14D สีเหลืองในภาพนี้ บ่อย ๆ จะเห็นอะไรหลายอย่างที่สามารถนำมาช่วยไกด์การลงทุนได้ต่อไป จากนี้ไปผมจะใช้เครื่องมือทั้งสองประการดังกล่าวในการติดตามหุ้น CK จนกว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงค่อยพิจารณาหาเครื่องมือใหม่กันอีกทีครับ


Short URL = http://bit.ly/XLCkOs

==============================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ + เงินสด + มูลค่าปัจจุบันของ [ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลรับระหว่างถือหุ้น 10 ปี ]

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Wednesday, January 16, 2013

หุ้น JUBILE ออกข้างมาจนสุดทางแล้ว ยังไงต่อ?

     หลังจากที่หุ้น JUBILE ได้พุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดอย่างรวดเร็ว แล้วหยุดพักกว่าสามเดือน ระหว่างการหยุดพัก ราคาหุ้นได้สร้างแนว supply line เส้นสีชมพูเอาไว้ ในช่วงสิ้นปี 2012 ราคาหุ้น SINGER ได้เคลื่อนออกข้างจนสามารถแหวกออกไปอยู่เหนือเส้นสีชมพูได้ และเคลื่อนออกข้างต่อไปจนมาชนเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 91 วัน (SMA91D) ดังภาพข้างล่าง ถึงจุดนี้เป็นไปได้หรือไม่ที่ราคาหุ้นจะเริ่มฟื้นตัวเพื่อต้อนรับผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปี 2012 ที่กำลังจะประกาศออกมา ?


Short URL = http://bit.ly/W62s3q

==============================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ + เงินสด + มูลค่าปัจจุบันของ [ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลรับระหว่างถือหุ้น 10 ปี ]

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Thursday, November 22, 2012

จุดรู้งี้ ของ Facebook ราคาหุ้นพุ่งทะลุผ่านแนวต้านระยะยาวได้แล้ว

     วันนี้ได้เกิดเหตุการณ์ดี ๆ ขึ้นในกราฟหุ้น Facebook กล่าวคือ ราคาหุ้นสามารถพุ่งทะลุเส้นแนวต้านขาลงระยะยาว (supply line) และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน (SMA100D) ออกไปได้และยืนอยู่ได้อย่างสวยงามเป็นครั้งแรกนับแต่เข้าซื้อขายในตลาดหุ้น NASDAQ ดังภาพข้างล่าง จุดที่ว่านี้ผมทำเครื่องหมายเป็นลูกศรเขียวชี้ไว้ ต่อไปนี้ผมจะเรียกจุดนี้ว่า "จุดรู้งี้" เพราะเป็นจุดเริ่มสำคัญของกราฟราคาหุ้นขาขึ้น หากยังไม่แน่ใจ ลองมองดูในช่อง MACD(12,26) จะเห็นว่า เป็นครั้งแรกที่เส้นกราฟ MACD ทั้งสีแดงและน้ำเงิน ข้ามขึ้นไปอยู่ในแดนบวกได้ทั้งสองเส้น จุดนี้ในกราฟ MACD ผมชอบเรียกสั้น ๆ ว่า MACD -|+ หรือสัญญาณ MACD ข้ามจากแดนลบไปแดนบวก หลังจากนี้ไปอีก ปี หรือสองปี เวลามองดูกราฟหุ้นของ FB จะพูดตรงกันว่า "รู้งี้ซื้อไว้ก็คงรวยไปแล้ว" บางคนอาจเผลอร้องออกมาเป็นเพลงว่า [ ... รู้อะไร ไม่สู้ รู้งี้ ...] ก็ได้นะครับ


  
Short URL    http://goo.gl/gyixA

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ + มูลค่าปัจจุบันของ [ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลรับระหว่างถือหุ้น 10 ปี ]

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Thursday, November 8, 2012

ช่องแนวโน้มขาขึ้นของ DSGT

     ผมดูกราฟหุ้น DSGT ที่ผันผวนสูงมาก แล้วลองวาดช่องแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวมากในกราฟรายสัปดาห์ได้ออกมาเป็นช่องแนวโน้มสองช่องซ้อนกันอยู่เป็นช่องด้านในและช่องด้านนอกดังในภาพข้างล่าง เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สีเหลืองคือ SMA52W หรือ 1 ปี ครับ



===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Let profit run คืออย่างไร กรณีศึกษา STPI

      เมื่อวานผมดูรายการ "มือใหม่" ทาง Money Channel มีผู้ถามพิธีกรมาว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ขายหมู ทางรายการให้คำแนะนำว่า การขายหมูหรือการขายหุ้นออกเร็วเกินไปด้วยกำไรเพียงเล็กน้อยเป็นความเสียหาย ทางแก้คือ อาจจะเลื่อนไปดูกราฟรายสัปดาห์แทนการดูกราฟรายวัน เพื่อให้หุ้นมีโอกาสกระเพื่อมได้มากขึ้น หากราคาหุ้นเกิดสัญญาณขายในกราฟรายสัปดาห์ค่อยขาย ผมฟังแล้วก็นึกถึงการขายหมูของตัวเองนั่นคือการที่ผมซื้อหุ้น STPI ที่แถว ๆ 30 บาท (ตอนเข้าทำตามนโยบายลงทุน ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด เกือบทุกประการ) แล้วไปขายออกที่ 39 บาท กำไร 9/30 = 30% เหตุที่ขายเพราะคิดว่า เกิดสัญญาณขายเนื่องจาก MACD ในกราฟหุ้นรายวันตัดกันแบบหมี ในขณะที่การลงทุนครั้งนี้ได้กำไรแล้ว 30% ในเวลา 1 เดือน ปรากฎว่าตอนนี้ราคาหุ้น STPI อยู่ที่ประมาณ 59 บาท เพิ่มขึ้นมาจากที่ผมขายออกไปถึง 20 บาท เป็นการขายหมูที่ผมคิดว่า โอนะ เพราะกำไรมากพอสมควร แต่คิดอีกที ถ้าไม่ขายผมก็จะยังมีกำไร 29/30 = 97% ในขณะที่ราคาหุ้นยังขึ้นไปไม่ถึงมูลค่าที่แท้จริง 2012Q2 ขอบล่างที่ 68.32 บาท แสดงว่าการ "รักษาต้นทุน" ของเรายังไม่ถูกต้องนักจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไข ผมลองเข้าดูกราฟหุ้น STPI อีกทีแล้วสำรวจดูว่า เราพลาดตรงไหน ดูกราฟรายสัปดาห์แล้วก็ไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ ผมเก็บเรื่องนี้ไปคิดแต่ก็คิดไม่ออกจนลืมไปแล้ว วันนี้ตื่นเช้ามาคำตอบก็ผุดขึ้นในใจ ก่อนไปดูคำตอบที่ผมคิดออกและจะนำมาใช้วางแผนการลงทุนต่อไป มาดูตอนผมเข้าก่อนครับว่าผมคิดอย่างไรในตอนนั้น ภาพข้างล่างเป็นกราฟรายวันของ STPI ก่อนการลงทุนผมได้โพสต์ [ investment idea เกี่ยวกับ STPI ] จากนั้นจึงลงมือ [ ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ] ได้มูลค่าที่แท้จริงของ STPI รวมผลประกอบการไตรมาส 2012Q2 ออกมา 68.32 บาท - 79.88 บาท แล้วคอยจนได้โอกาส [ ลงทุนถูกเวลา
      จะเห็นได้ว่า Entry strategy ที่ผมใช้เป็นแผนการเข้าลงทุนที่ค่อนข้างดีและปลอดภัย หลังจากเข้าลงทุนไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่รูปแบบกราฟ [ reverse head and shoulder ] ชี้เป้าไปที่ 56 บาท และ [ Fibonacci retracement ] ชี้เป้าไปที่ 55 - 66 บาท แต่เมื่อเกิด [ สัญญาณลวง ] ผมก็ได้ตัดสินใจขายหมูอ้วนตัวนี้ออกไป ในภาพข้างล่างผมเน้นให้เห็นสัญญาณลวงไว้ด้วยป้าย "False signal" จากที่เล่ามา จะเห็นว่า ที่ผ่านมาแผนการลงทุนของผมไม่ได้วางกฎการขายของหุ้นแต่ละตัวไว้อย่างชัดเจน ทำให้มีโอกาสตัดสินใจเชื่อสัญญาณลวงได้ง่าย ๆ จากประสบการณ์ครั้งนี้ ผมได้รู้ด้วยตนเองว่า การ let profit run นั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่เราเข้าใจมาตลอด



     หลังทราบสาเหตุการขายหมูแล้ว คราวนี้มาดูแผนการขายหุ้น หรือ Exit strategy ของ STPI ว่าควรเป็นอย่างไร (ติ๊ดต่างว่าผมยังไม่ได้ขายแม่หมูตัวนี้ออกไป) ในตอนเข้าลงทุน ปัจจัยที่ผมใช้ดูเวลาเหมาะสมที่จะเข้าลงทุนหลังจากได้ทำการดูพื้นฐานเป็นอย่างดีแล้วคือ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 75 วัน หรือ SMA75D และการ breakout จากกรอบผืนธงสามเหลี่ยม (หรือจากกรอบชนิดอื่น ๆ เช่น supply line แบบต่าง ๆ) รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านของ MACD จากแดนลบไปยังแดนบวก (MACD -|+) 
     สำหรับตอนขายออกทำกำไรที่จะรับใช้นโยบาย let profit run และ portfolio protection ไปพร้อม ๆ กันควรเป็นอย่างไร สิ่งที่ผุดขึ้นในใจผมเช้าวันนี้คือ "ลองปรับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในกราฟรายวันให้เร็วขึ้นดูซิ !!" ผมรีบเข้า Bigcharts.com เพื่อเปิดดูกราฟรายวันของหุ้น STPI แล้วปรับตั้ง SMA ให้ลดลงจาก 75 วัน จนลดลงมาถึง 21 วัน (ทำไมต้อง 21 วัน? ไม่มีอะไรมากครับ 21 วัน ก็สามสัปดาห์) ได้เป็นเส้น SMA21D สีเหลืองในภาพข้างล่าง จะเห็นว่านับตั้งแต่ผมเข้าซื้อที่ 30 บาทเป็นต้นมา ราคาหุ้นก็ขึ้น ๆ ลง ๆ เป็นขยักแต่โดยรวมแล้วก็ขึ้นมาตลอด แต่จะกระเพื่อมอย่างไรก็ไม่หลุดเส้น SMA21D ลงมา ประคองกำไรไว้ได้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ในภาพผมทำลูกศรแดงเอาไว้แสดงให้เห็นจุดหวาดเสียวสองจุดที่เกือบจะต้องขายทำกำไรออกไป แต่ตราบใดที่ราคาหุ้นยังไม่ตัดเส้นเหลืองลงมาก็ยังไม่ต้องทำอะไร ถ้าย้อนไปดูการแรลลี่ของราคาหุ้น STPI ในรอบที่แล้วช่วง ต.ค. 2011 - ก.พ. 2012 จะเห็นว่าแนวทางเดียวกันนี้ก็ใช้ได้ดีในตอนนั้นด้วยครับ 
     วันนี้ผมได้ความรู้เพิ่มอีก เป็นความรู้ที่มีค่ายิ่ง ซึ่งผมจะได้ปรับแปลงใช้ในการลงทุนต่อไป ถามว่าจำเป็นมั๊ยที่ต้องเป็นเส้น SMA21D ? ตรงนี้ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับหุ้นแต่ละตัวซึ่งจะต้องลองปรับดูโดยใช้ดุลพินิจเป็นรายหุ้นไป สุดท้ายถามว่า การขายหุ้นเมื่อราคาหลุดเส้น SMA21D คืออย่างไร เอาราคาหุ้นตอนไหนมาตัดสิน ตอบว่า เอาราคาปิดของวันมาตัดสินครับ แค่การย้อยต่ำกว่าเส้นในระหว่างวันยังไม่พอครับ ต้องรอให้ปิดต่ำกว่าเส้น แล้วค่อย "action" ในวันถัดไปครับ



URL สั้นของหน้านี้คือ http://goo.gl/Cmlco

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"