Showing posts with label [.Investment discipline]. Show all posts
Showing posts with label [.Investment discipline]. Show all posts

Tuesday, July 2, 2013

ทำอย่างไรเงินลงทุนจึงจะลดเหลือครึ่งเดียว ?

     หลังจากที่ผมโพสต์เรื่อง "ทำอย่างไรเงินลงทุนจึงจะเพิ่มเป็น 2 เท่า ?" ได้มีเพื่อนนักลงทุนถามว่าแล้วทำอย่างไรเงินลงทุนจึงจะหายเกลี้ยง ผมบอกไปว่า เดี๋ยวจ้ดให้ แต่ไม่เอาถึงกับหายเกลี้ยงนะครับ เอาแค่ว่าเงินลงทุนลดลงเหลือครึ่งหนึ่งก็พอ มาดูกันครับว่า หากเข้าลงทุนแบบไม่ระมัดระวังเงินทุนจะลดลงเร็วแค่ไหน อย่างไร เริ่มต้นต้องตั้งคำถามว่า ถ้าเข้าลงทุนในหุ้นแล้วขาดทุน 10% ต้องทำแบบเดียวกันกี่ครั้งเงินลงทุนจึงจะลดเหลือครึ่งหนึ่ง แล้วถ้าเข้าลงทุนแล้วขาดทุน 20% หรือมากกว่าล่่ะ เพื่อตอบคำถามดังกล่าว สมมุติผมเอาเงินตั้งต้น 100 บาท มาลงทุนแล้วขาดทุน 10% ดังนั้นเงินจะเหลือ 100 * 0.9 = 90 บาท เอาเงิน 90 บาทไปลงทุนอีก เงินต้นจะกลายเป็น 100 * 0.9 * 0.9 = 81 บาท ทำไปเรื่อย ๆ สำหรับการลงทุนที่ขาดทุน 20% ก็คล้ายกันแต่คูณด้วย 0.8 ขาดทุน 30% ก็คูณด้วย 0.7 มาดูผลลัพธ์กันครับ
  • 100 บาท *0.89*0.89*0.89*0.89*0.89*0.89 = 49.70 บาท
  • 100 บาท *0.87*0.87*0.87*0.87*0.87 = 49.84 บาท
  • 100 บาท *0.84*0.84*0.84*0.84 = 49.79 บาท
  • 100 บาท *0.79*0.79*0.79 = 49.30 บาท
  • 100 บาท *0.71*0.71 = 50.41 บาท
  • 100 บาท *0.50 = 50.00 บาท

สรุปว่า ถ้าต้องการให้เงินต้น 100 บาท ลดเหลือครึ่งหนึ่ง ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
  • ลงทุนให้ขาดทุน 11% หกครั้ง
  • ลงทุนให้ขาดทุน 13% ห้าครั้ง
  • ลงทุนให้ขาดทุน 16% สี่ครั้ง
  • ลงทุนให้ขาดทุน 21% สามครั้ง
  • ลงทุนให้ขาดทุน 29% สองครั้ง
  • ลงทุนให้ขาดทุน 50% หนึ่งครั้ง

Short URL =  http://bit.ly/18sVhNj


==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ + มูลค่าปัจจุบันของ [ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลรับระหว่างถือหุ้น 10 ปี ]

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Sunday, June 30, 2013

ทำอย่างไรให้เงินลงทุนเพิ่มเป็น 2 เท่า ?

     เมื่อวาน (29 มิ.ย. 2013) ระหว่างขับรถทางไกล ผมเกิดคำถามผุดขึ้นในใจว่า ถ้าเข้าลงทุนในหุ้นแล้วได้กำไร 10% ต้องทำแบบเดียวกันกี่ครั้งเงินลงทุนจึงจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า แล้วถ้าเข้าลงทุนแล้วได้กำไร 20% หรือมากกว่าล่่ะ เพื่อตอบคำถามดังกล่าว ผมคิดดังนี้
     สมมุติผมเอาเงินตั้งต้น 100 บาท มาลงทุนแล้วได้กำไร 10% ดังนั้นเงินจะเพิ่มเป็น 100 * 1.1 = 110 บาท เอาเงิน 110 บาทไปลงทุนอีก เงินต้นจะกลายเป็น 100 * 1.1 * 1.1 = 121 บาท ทำไปเรื่อย ๆ สำหรับการลงทุนที่ได้กำไร 20% ก็คล้ายกันแต่คูณด้วย 1.2 กำไร 30% ก็คูณด้วย 1.3 มาดูผลลัพธ์กันครับ
  • 100 บาท
    *1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01
    *1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01 *1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01
    *1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01
    *1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01
    *1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01
    *1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01*1.01 = 200.68 บาท
  • 100 บาท
    *1.03*1.03*1.03*1.03*1.03*1.03*1.03*1.03*1.03*1.03
    *1.03*1.03*1.03*1.03*1.03*1.03*1.03*1.03*1.03*1.03
    *1.03*1.03*1.03*1.03 = 203.28 บาท
  • 100 บาท
    *1.04*1.04*1.04*1.04*1.04*1.04*1.04*1.04*1.04*1.04
    *1.04*1.04*1.04*1.04*1.04*1.04*1.04*1.04 = 202.58 บาท
  • 100 บาท
    *1.05*1.05*1.05*1.05*1.05*1.05*1.05*1.05*1.05*1.05
    *1.05*1.05*1.05*1.05*1.05 = 207.89 บาท
  • 100 บาท
    *1.07*1.07*1.07*1.07*1.07*1.07*1.07*1.07*1.07*1.07
    *1.07 = 210.49 บาท
  • 100 บาท*1.11*1.11*1.11*1.11*1.11*1.11*1.11 = 207.62 บาท
  • 100 บาท*1.13*1.13*1.13*1.13*1.13*1.13 = 208.20 บาท
  • 100 บาท*1.15*1.15*1.15*1.15*1.15 = 201.14 บาท
  • 100 บาท*1.20*1.20*1.20*1.20 = 207.36 บาท
  • 100 บาท*1.26*1.26*1.26 = 200.04 บาท
  • 100 บาท*1.42*1.42 = 201.64 บาท

สรุปว่า ถ้าต้องการให้เงินต้น 100 บาท เพิ่มเป็นมากกว่า 200 บาท ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
  • ลงทุนให้ได้กำไร 1% เจ็ดสิบครั้ง  [ 1x70 ]
  • ลงทุนให้ได้กำไร 3% ยี่สิบสี่ครั้ง  [ 3x24 ]
  • ลงทุนให้ได้กำไร 4% สิบแปดครั้ง  [ 4x18 ]
  • ลงทุนให้ได้กำไร 5% สิบห้าครั้ง  [ 5x15 ]
  • ลงทุนให้ได้กำไร 7% สิบเอ็ดครั้ง [ 7x11 ]
  • ลงทุนให้ได้กำไร 11% เจ็ดครั้ง   [ 11x7 ]
  • ลงทุนให้ได้กำไร 13% หกครั้ง   [ 13x6 ]
  • ลงทุนให้ได้กำไร 15% ห้าครั้ง   [ 15x5 ]
  • ลงทุนให้ได้กำไร 20% สี่ครั้ง    [ 20x4 ]
  • ลงทุนให้ได้กำไร 26% สามครั้ง [ 26x3 ]
  • ลงทุนให้ได้กำไร 42% สองครั้ง [ 42x2 ]
นี่เป็นเพียงตัวเลขในทางทฤษฎีนะครับ ในสถานการณ์จริง โอกาสที่ราคาหุ้นจะขึ้นเกิน 7% ในการลงทุนแต่ละครั้งนั้นยากมาก (ยกเว้นในสภาวะกระทิงดุที่หุ้นแทบทุกตัวขึ้นแบบไม่มีเหตุผลรองรับ) ดังนั้น เพื่อนนักลงทุนจึงจำเป็นต้องตั้ง mindset หรือชุดความคิดของตนเองว่า จะจัดการลงทุนของท่านเองในช่องใด เช่นจะเลือกใช้ [20x4] หรือ [7x11] หรือจะเป็น [4x18]  ถ้าเลือก 20x4 ก็ต้องลงทุนให้ได้กำไร 20% สี่ครั้งติดกัน ซึ่งเกิดขึ้นได้ยากเหมือนแทงหวย ถ้าเลือก 4x18 ก็ต้องลงทุนให้ได้กำไร 4% สิบแปดครั้งติดกัน ซึ่งแน่นอนเป็นไปได้มากกว่า แต่เงินย่อมเติบโตช้ากว่าเป็นธรรมดา ผมได้ทำการวิจัยโดยเก็บข้อมูลการลงทุนจากกราฟรายวัน ของทั้งหุ้นไทย และหุ้นในสหรัฐอเมริกา (ต่อไปจะลองทำหุ้นจีนดูบ้าง) จำนวนมาก ได้ข้อสรุปตรงกันทั้งหุ้นไทยและหุ้นอเมริกัน จึงเลือกใช้ "ลงทุนให้ได้กำไร 4% สิบแปดครั้ง  [ 4x18 ]" ร่วมกับจังหวะการเข้าลงทุนแบบ wtbms หรือ when to buy my stock ( http://www.facebook.com/whentobuymystock ) ผมยังคงดำเนินการวิจัยเรื่องนี้โดยเก็บข้อมูลต่อไปไม่หยุด ยิ่งทำต่อไป ยิ่งเห็นจริงดัง [คำพระ] ที่ว่า  "เมื่อบุคคลออมโภคสมบัติอยู่ เหมือนแมลงผึ้งผนวกรัง โภคสมบัติย่อมถึงความสั่งสม ดุจจอมปลวกอันตัวปลวกก่อขึ้น ฉะนั้น"


[ทำอย่างไรเงินลงทุนจึงจะลดเหลือครึ่งเดียว ?]

Short URL = http://bit.ly/12vgNNm

เข้าออกหุ้นตามแรงซื้อแรงขาย ระบบ WTBMS ช่วยตัดสินใจ ไม่ใช้อารมณ์ ! ]
==============================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน เพิ่มพูนกระแสเงินสด

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

ค้นหาในเฟซบุ๊ค "WTBMS"

ค้นหาในกูเกิล "WTBMS" 


Wednesday, June 19, 2013

Where do we go from here? ภาพ SET ก่อนคำพิพากษา

     ระบบการลงทุนด้วยเส้น EMA คู่
  • กราฟรายวัน
  • EMA5D > EMA10D ซื้อ
  • EMA5D < EMA10D ขาย
กราฟ SET ณ สิ้นวัน ก่อนคืนปล่อยผีประกาศผลการประชุมเฟด 19 มิ.ย. 2013 อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดครับ


Short URL = http://bit.ly/11YTs6t


==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ + เงินสด + มูลค่าปัจจุบันของ [ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลรับระหว่างถือหุ้น 10 ปี ]

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Tuesday, June 18, 2013

ลงทุนตามระบบ กราฟ SET รายวัน 18 มิ.ย. 2013

     ระบบการลงทุนด้วยเส้น EMA คู่

  • กราฟรายวัน
  • EMA5D > EMA10D ซื้อ
  • EMA5D < EMA10D ขาย
ในภาพก็ตามตำแหน่งลูกศรเลยครับ ขณะนี้อยู่ระหว่างหยุดพัก



Short URL = http://bit.ly/1bRSwSL


==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ + เงินสด + มูลค่าปัจจุบันของ [ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลรับระหว่างถือหุ้น 10 ปี ]

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

ลงทุนตามระบบคืออย่างไร กรณีศึกษา CK แบบเล่นสั้น

     เพื่อนนักลงทุนอาจเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ลงทุนหุ้นต้องทำตามระบบ ต้องมีวินัย แล้วคำพูดเหล่านี้มันหมายความว่ายังไงกันแน่ในทางปฏิบัติ ในโพสต์นี้ผมยกตัวอย่างการลงทุนระยะสั้นในแนว "นักรบกองโจร" คือเข้าออกเร็วตามระบบ ต้องบอกก่อนว่า ระบบนี้ผมไม่เคยลองทำด้วยตัวเองเนื่องจากว่า งานประจำไม่อำนวยให้ทำได้ เพราะต้องคอยดูหุ้นทุก 10 นาที ท่านที่ลงทุนเต็มเวลาได้แต่ยังไม่เคยลองก็เอาไปลองดูได้ครับ ผลออกมาเป็นไง เอาไปแชร์กันที่ [ชำแหละพื้นฐานหุ้น] คนอื่น ๆ จะได้ประโยชน์ด้วยครับ
     ระบบการลงทุนคือแนวทางการเข้าซื้อ-ขายหุ้นที่มีรูปแบบกฎเกณฑ์ตายตัวซึ่งเราเลือกใช้ ผมยกตัวอย่างการใช้ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่คู่ EMA5 และ EMA10 ในกราฟราคาหุ้นระยะต่าง ๆ เช่น รายสัปดาห์  รายวัน รายชั่วโมง  ราย 30 นาที หรือ ราย 10 นาที สมมุติผมชอบเล่นสั้น แบบนักรบกองโจร จู่โจมแล้วรีบถอย ผมก็ตั้งระบบดังนี้

  • ใช้กราฟราย 10 นาที
  • EMA5 > EMA10 ซื้อ
  • EMA5 < EMA10 ขาย
ระบบก็มีเพียงเท่านี้ ต่อไปคือ วินัย การอบรมจิตใจของตนให้ดำเนินการตามระบบอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการหาเหตุผลใด ๆ มาเข้าข้างตัวเอง ไม่หวั่นไหวต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จรมากระทบ แต่มุ่งมั่นทำตามระบบที่ตั้งไว้ในทุกสถานการณ์ ทุกกรณี ถ้าทำได้ก็เรียกว่า มีวินัย

     กราฟข้างล่างเป็นตัวอย่างกราฟราย 10 นาที ของหุ้น CK ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา คือหลังจากที่ตลาดกลัวเฟดหยุด QE จึงตกลงแบบวินาศสันตะโร ซึ่งทำให้ CK ตกไปที่ประมาณจุดต่ำสุดเดิม 20.50 บาท ตรงนี้เส้น EMA5 สีเหลือง มีค่าน้อยกว่า EMA10 สีฟ้า จนมาถึง วันที่ 13 มิ.ย. 2013 เวลา 3.50PM ค่า EMA5(21.139) > EMA10(21.124) เข้าเงื่อนไขการซื้อของระบบ ถ้ามีวินัย เพื่อนนักลงทุนก็จะสั่งซื้อที่ราคาเปิดของช่วง 10 นาทีถัดไป เวลา 4.00PM ที่ราคา 21.30 บาท จากจุดนี้ไป EMA5 เส้นสีเหลือง มีค่ามากกว่า EMA10 เส้นสีฟ้าโดยตลอดจนกระทั่ง ถึงวันที่ 18 มิ.ย. 2013 เวลา 2.30PM ค่า EMA5(24.578) < EMA10(24.590) เข้าเงื่อนไขการขายของระบบ ถ้ามีวินัย เพื่อนนักลงทุนก็จะสั่งขายที่ราคาเปิดของช่วง 10 นาทีถัดไป เวลา 2.40PM ที่ราคา 24.50 บาท ขายแล้ว ก็แล้วกันไป รอไปจนกว่า EMA5 จะมากกว่า EMA10 อีกครั้งค่อยเข้าซื้อใหม่
     ในกราฟทางขวาจะเห็นได้ว่า พอเราขายเสร็จ หุ้น CK ก็ร่วงกราวรูดลงมาแบบไม่เกรงใจใคร หลายท่านตกใจถามไถ่กันให้วุ่นไปว่า เกิดอะไรขึ้น ถ้าท่านทำตามระบบท่านไม่ต้องไปหาเหตุผลหรอกครับ เพราะมันมีคำอธิบายว่าหุ้นตกเพราะอะไรได้เสมอแหละ แต่จะตกเพราะอะไรเราก็ไม่ต้องแคร์นี่ครับ เพราะเราขายไปหมดแล้วก่อนมันจะตก เพราะเราทำตามที่ระบบบอกให้ทำ ผลการทำตามระบบครั้งนี้ ทำให้เราได้ผลตอบแทนจากการลงทุน 24.50/21.30 = 15% ในเวลา 5 วัน รวมเสาร์-อาทิตย์ แล้วถ้าเราทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แบบ "แมลงผึ้งผนวกรัง" ตามที่พระพุทธองค์ทรงสอนใน [สิงคาลกสูตร] พอร์ตของเราย่อมมีโอกาสค่อย ๆ เติบโตขึ้นไปเป็นลำดับได้ครับ ท่านที่มีงานประจำเหมือนผม ก็สามารถขยับไปใช้ระบบ กราฟรายวัน EMA5D และ EMA10D ส่วนวินัยการลงทุนก็เหมือนเดิม คือทำตามระบบอย่างเคร่งครัดครับ


Short URL = http://bit.ly/17jsZFv


==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ + มูลค่าปัจจุบันของ [ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลรับระหว่างถือหุ้น 10 ปี ]

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"