Showing posts with label [.Snapshot]. Show all posts
Showing posts with label [.Snapshot]. Show all posts

Tuesday, November 6, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น SNC 2012Q2 ดูมูลค่าที่แท้จริง


     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น SNC รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ [ องค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง ] สำหรับสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมทั้งสามแบบครบแล้ว ต่อไปผมพิจารณาว่า โอกาสในการเกิดเหตุการณ์ตามสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมแต่ละแบบน่าจะเป็นเท่าใด เพื่อประเมินออกมาเป็นมูลค่าที่แท้จริงของ SNC ณ สิ้นปี 2012 ผมเห็นว่า กิจการ SNC มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่ารายได้สะสมจะเพิ่มค่าขึ้นแบบเส้นโค้ง (quadratic) เพราะหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง (linear) แล้ว รายได้ในไตรมาสที่ผ่านไปในอนาคตจะมีค่าเท่าเดิมไปตลอด และหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นน้อยมากด้วยอัตรา 0.5% ต่อปี (saturated) แล้ว จะหมายความว่ากิจการแทบไม่มีรายได้เลยในแต่ละปีที่ผ่านไปในอนาคต ดังนั้นผมจึงประเมินว่า มีโอกาส 90% ที่รายได้สะสมของ SNC จะเพิ่มขึ้นแบบ quadratic มีโอกาส 9% ที่รายได้สะสมของ SNC จะเพิ่มขึ้นแบบ linear และมีโอกาส 1% ที่รายได้สะสมของ SNC จะเพิ่มขึ้นแบบ saturated ดังนั้นมูลค่ากิจการที่แท้จริงของ SNC จึงอยู่ในช่วง 13,405.06 - 15,655.86 ล้านบาท เมื่อขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 10 - 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นประจำปีที่ 10 ดังรายละเอียดในตารางข้างล่าง



     ในขณะนี้ กิจการ SNC มีหุ้นที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้ว 287.78 ล้านหุ้น ดังนั้นมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ SNC จึงตกอยู่ในช่วง 46.58 - 54.40 บาทต่อหุ้น เพื่อนนักลงทุนอย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (quantitative) แต่ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนในกิจการใดก็ตามจะต้องพิจารณาเชิงคุณภาพ (qualitative) ด้วย เช่น ความสามารถและธรรมาภิบาลของผู้บริหาร แนวโน้มสภาวะอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม การเข้าลงทุนในกิจการ SNC ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นตกลงไปเหลือครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริง หรือ 23.29 - 27.20 บาทต่อหุ้น ซึ่งแต่ราคาในตลาด ณ สิ้นวันที่ 5 พ.ย. 2012 หุ้น SNC ปิดที่ 23.10 บาท ประมาณครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริง เนื่องจากในวันนี้มีการประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2012Q3 ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ อีกทั้งผู้บริหารออกมาปรับคาดการณ์รายได้ประจำปี 2012 จากที่คาดว่าจะเติบโต 20% เมื่อเทียบกับปี 2011 เป็นต่ำกว่ารายได้ปี 2011 เล็กน้อย ทำให้มูลค่าที่แท้จริง 46.58 - 54.40 บาทต่อหุ้นที่ได้ตามข้อมูลผลประกอบการจนถึงไตรมาส 2012Q2 ต้องมีการปรับลดลงไปอีก ส่วนจะมีผลทำให้มูลค่าที่แท้จริงลดลงมากน้อยเพียงใด ติดตามการชำแหละหุ้น SNC รวมงบการเงิน 2012Q3 ได้ต่อไปครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Wednesday, October 17, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น IHL 2012Q2 ดูค่าสะสมของกำไรของผู้ถือหุ้น ปันผล และดอกเบี้ย

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น IHL รวมงบการเงิน 2012Q2 ได้ค่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เมื่อหักออกด้วยเงินลงทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันอันได้แก่ ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และทรัพย์สินไม่มีตัวตนแล้ว จะได้เป็นกำไรของผู้ถือหุ้น (owner's earning) ค่าสะสมของกำไรของผู้ถือหุ้นระหว่างปี 2004 - ปัจจุบัน เปรียบเทียบกับเงินปันผลและดอกเบี้ยจ่าย วาดเป็นกราฟได้ดังภาพข้างล่างครับ


จากกราฟจะเห็นได้ว่า ในช่วงสองสามปีล่าสุด กิจการจ่ายเงินปันผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ ภาระดอกเบี้ยจ่ายมีการสะสมตัวขึ้นอย่างช้า ๆ  ส่วนกำไรของผู้ถือหุ้นสะสมในช่วงปี 2004 - 2008 มีลักษณะดำดิ่งติดลบ จนมาฟื้นตัวเมื่อปี 2009 ทรงตัวในปี 2010 และลดลงเล็กน้อยในปี 2011 มองภาพจากกราฟเส้นสีดำ ถือได้ว่ายังคงอยู่ในโหมดการฟื้นตัว แต่ยังไม่ชัดเจนมาก หากผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2012 มีกำไรของผู้ถือหุ้นเป็นบวก ค่าสะสมจุดทางขวาสุดในกราฟจะสูงขึ้นไปยืนยันแนวโน้มขาขึ้นของกำไรของผู้ถือหุ้นสะสม ในขณะนี้ผมเห็นแต่ว่า การดำดิ่งลึกลงที่ดำเนินมาหลายปีได้ยุติลงแล้ว แต่การกลับทิศแนวโน้มยังไม่ชัดมาก 
     มีนักลงทุนที่เป็นเจ้าของกิจการโรงงานและมีประสบการณ์เข้าลงทุนในกิจการที่อยู่ในสภาวะเช่นนี้ มีความมั่นใจในอนาคตของกิจการ IHL นั่นคือคุณโสรัตน์  วณิชวรากิจ ซึ่งได้เข้าซื้อหุ้น IHL ไป 8 ล้านหุ้น หรือ 2% ของกิจการ ที่ราคา 8 บาท [ ดูรายละเอียดที่นี่ ] ในปัจจุบัน (3 เดือนให้หลัง) ราคาหุ้นอยู่ที่ประมาณ 9.60 บาท มีกำไรไปแล้วเหนาะ ๆ เกือบ 13 ล้านบาท เราไม่มีโอกาสเข้าไปดูกิจการแบบที่คุณโสรัตน์ทำ แต่สามารถติดตามคุณโสรัตน์ได้จากทางเฟซบุ๊ค เพราะเมื่อไปเยี่ยมกิจการคราวใดจะนำมาเล่าสู่กันฟังเสมอ ครับ ด้วยเหตุนี้ ผมจึงคิดว่า กราฟเส้นสีดำน่าจะค่อย ๆ ทยอยปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นแนวโน้มขาขึ้นในที่สุด เนื่องจากผมใช้กราฟเส้นสีดำในการคาดการณ์มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น และขณะนี้กราฟกำไรของผู้ถือหุ้นสะสมของ IHL ยังไม่ได้เป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงไม่สามารถหามูลค่าที่แท้จริงของ IHL ได้ในขณะนี้ จึงเหลือทางเลือกสามทางคือ รอจนกว่าแนวโน้มกำไรของผู้ถือหุ้นฟื้นตัวอย่างชัดเจน เพื่อให้หามูลค่าที่แท้จริงได้ก่อน จึงเข้าลงทุน ถึงตอนนั้นราคาหุ้นคงจะขึ้นไปพอสมควรแล้วจากจุดนี้ หรือ เชื่อมั่นว่า กิจการมีการแตกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้น ของเสียน้อยลง ในอีกสองสามปีข้างหน้ากำไรของผู้ถือหุ้นจะเป็นขาขึ้นในที่สุด เมื่อเชื่อมั่นอย่างนี้จึงเข้าลงทุนเลยอย่างที่คุณโสรัตน์ทำ หรือไม่สนใจเข้าลงทุนเลยในขณะนี้ ท่านจะลองเลือกแบบไหนตามอัธยาศัยครับ ลองมาติดตามศึกษาหุ้นตัวนี้ดูกันต่อไป ผมคิดว่าจะได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกมากมายทีเดียวครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลร
ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"


หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Tuesday, October 9, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น INTUCH 2012Q2 ดูมูลค่าที่แท้จริง


     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น INTUCH รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ [ องค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง ] สำหรับสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมทั้งสามแบบครบแล้ว ต่อไปผมพิจารณาว่า โอกาสในการเกิดเหตุการณ์ตามสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมแต่ละแบบน่าจะเป็นเท่าใด เพื่อประเมินออกมาเป็นมูลค่าที่แท้จริงของ INTUCH ณ สิ้นปี 2012 ผมเห็นว่า กิจการ INTUCH มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่ารายได้สะสมจะเพิ่มค่าขึ้นแบบเส้นโค้ง (quadratic) เพราะหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง (linear) แล้ว รายได้ในไตรมาสที่ผ่านไปในอนาคตจะมีค่าเท่าเดิมไปตลอด และหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นน้อยมากด้วยอัตรา 0.5% ต่อปี (saturated) แล้ว จะหมายความว่ากิจการแทบไม่มีรายได้เลยในแต่ละปีที่ผ่านไปในอนาคต ดังนั้นผมจึงประเมินว่า มีโอกาส 90% ที่รายได้สะสมของ INTUCH จะเพิ่มขึ้นแบบ quadratic  มีโอกาส 9% ที่รายได้สะสมของ INTUCH จะเพิ่มขึ้นแบบ linear และมีโอกาส 1% ที่รายได้สะสมของ INTUCH จะเพิ่มขึ้นแบบ saturated ดังนั้นมูลค่ากิจการที่แท้จริงของ INTUCH จึงอยู่ในช่วง 32,814.54 - 39,363.77 ล้านบาท เมื่อขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 10 - 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นประจำปีที่ 10 ดังรายละเอียดในตารางข้างล่าง



     ในขณะนี้ กิจการ INTUCH มีหุ้นที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้ว 3,206.42 ล้านหุ้น ดังนั้นมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ INTUCH จึงตกอยู่ในช่วง 68.34 - 77.67 บาทต่อหุ้น เพื่อนนักลงทุนอย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (quantitative) แต่ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนในกิจการใดก็ตามจะต้องพิจารณาเชิงคุณภาพ (qualitative) ด้วย เช่น ความสามารถและธรรมาภิบาลของผู้บริหาร แนวโน้มสภาวะอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม การเข้าลงทุนในกิจการ INTUCH ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นตกลงไปเหลือครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริง หรือ 34.17 - 38.84 บาทต่อหุ้น ซึ่งโดยมากจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงวิกฤติของเศรษฐกิจหรือวิกฤติของกิจการเท่านั้น นอกจากนี้แล้วท่านจะลงทุนด้วยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกว่าในภาวะวิกฤติมากครับ มูลค่าที่แท้จริงดังกล่าว เมื่อเทียบกับราคาปิด 64.75 บาทของวันที่ 8 ตุลาคม 2012 แล้วจะเห็นว่า ตลาดได้ให้ราคาหุ้น INTUCH ใกล้เคียงกับมูลค่าที่แท้จริงอยู่แล้ว แสดงว่าในขณะนี้ตลาดหุ้นไทยค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพ เมื่อตลาดมีประสิทธิภาพ ผมจะพิจารณาต่อไปด้วยปัจจัยทางเทคนิค สิ่งที่ได้จากการชำแหละหุ้น INTUCH อีกประการหนึ่งซึ่งผมสงสัยมานานคือว่า การหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นทั่วไป กับหุ้นที่เป็นบริษัทโฮลดิ้ง แตกต่างกันหรือไม่ ก็พบว่าไม่ต่างกันครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)


ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"


 facebook.com/truestockvalue

 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Monday, October 1, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น HTECH 2012Q2 ดูมูลค่าที่แท้จริง

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น HTECH รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ [ องค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง ] สำหรับสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมทั้งสามแบบครบแล้ว ต่อไปผมพิจารณาว่า โอกาสในการเกิดเหตุการณ์ตามสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมแต่ละแบบน่าจะเป็นเท่าใด เพื่อประเมินออกมาเป็นมูลค่าที่แท้จริงของ HTECH ณ สิ้นปี 2012 ผมเห็นว่า กิจการ HTECH มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่ารายได้สะสมจะเพิ่มค่าขึ้นแบบเส้นโค้ง (quadratic) เพราะหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง (linear) แล้ว รายได้ในไตรมาสที่ผ่านไปในอนาคตจะมีค่าเท่าเดิมไปตลอด และหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นน้อยมากด้วยอัตรา 0.5% ต่อปี (saturated) แล้ว จะหมายความว่ากิจการแทบไม่มีรายได้เลยในแต่ละปีที่ผ่านไปในอนาคต ดังนั้นผมจึงประเมินว่า มีโอกาส 90% ที่รายได้สะสมของ HTECH จะเพิ่มขึ้นแบบ quadratic  มีโอกาส 9% ที่รายได้สะสมของ HTECH จะเพิ่มขึ้นแบบ linear และมีโอกาส 1% ที่รายได้สะสมของ HTECH จะเพิ่มขึ้นแบบ saturated ดังนั้นมูลค่ากิจการที่แท้จริงของ HTECH จึงอยู่ในช่วง 1,795.15 - 2,101.08 ล้านบาท เมื่อขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 10 - 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นประจำปีที่ 10 ดังรายละเอียดในตารางข้างล่าง



     ในขณะนี้ กิจการ HTECH มีหุ้นที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้ว 240.00 ล้านหุ้น ดังนั้นมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ HTECH จึงตกอยู่ในช่วง 7.48 - 8.75 บาทต่อหุ้น เพื่อนนักลงทุนอย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (quantitative) แต่ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนในกิจการใดก็ตามจะต้องพิจารณาเชิงคุณภาพ (qualitative) ด้วย เช่น ความสามารถและธรรมาภิบาลของผู้บริหาร แนวโน้มสภาวะอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม การเข้าลงทุนในกิจการ HTECH ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นตกลงไปเหลือครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริง หรือ 3.74 - 4.38 บาทต่อหุ้น ซึ่งโดยมากจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงวิกฤติของเศรษฐกิจหรือวิกฤติของกิจการเท่านั้น นอกจากนี้แล้วท่านจะลงทุนด้วยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกว่าในภาวะวิกฤติมากครับ มูลค่าที่แท้จริงดังกล่าว เมื่อเทียบกับราคาปิด 5.65 บาทของวันที่ 1 ตุลาคม 2012 แล้วจะเห็นว่า มูลค่าที่แท้จริงมีค่ามากกว่าราคาหุ้น HTECH 32.39% - 54.87% ครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

พิมพ์คำว่า "ลงทุนหุ้นไทย" ในกูเกิล

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Sunday, September 23, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น HMPRO 2012Q2 ดูมูลค่าที่แท้จริง

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น HMPRO รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ [ องค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง ] สำหรับสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมทั้งสามแบบครบแล้ว ต่อไปผมพิจารณาว่า โอกาสในการเกิดเหตุการณ์ตามสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมแต่ละแบบน่าจะเป็นเท่าใด เพื่อประเมินออกมาเป็นมูลค่าที่แท้จริงของ HMPRO ณ สิ้นปี 2012 ผมเห็นว่า กิจการ HMPRO มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่ารายได้สะสมจะเพิ่มค่าขึ้นแบบเส้นโค้ง (quadratic) เพราะหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง (linear) แล้ว รายได้ในไตรมาสที่ผ่านไปในอนาคตจะมีค่าเท่าเดิมไปตลอด และหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นน้อยมากด้วยอัตรา 0.5% ต่อปี (saturated) แล้ว จะหมายความว่ากิจการแทบไม่มีรายได้เลยในแต่ละปีที่ผ่านไปในอนาคต ดังนั้นผมจึงประเมินว่า มีโอกาส 90% ที่รายได้สะสมของ HMPRO จะเพิ่มขึ้นแบบ quadratic  มีโอกาส 9% ที่รายได้สะสมของ HMPRO จะเพิ่มขึ้นแบบ linear และมีโอกาส 1% ที่รายได้สะสมของ HMPRO จะเพิ่มขึ้นแบบ saturated ดังนั้นมูลค่ากิจการที่แท้จริงของ HMPRO จึงอยู่ในช่วง 32,814.54 - 39,363.77 ล้านบาท เมื่อขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 10 - 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นประจำปีที่ 10 ดังรายละเอียดในตารางข้างล่าง

 

     ในขณะนี้ กิจการ HMPRO มีหุ้นที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้ว 5,865.72 ล้านหุ้น ดังนั้นมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ HMPRO จึงตกอยู่ในช่วง 5.59 - 6.71 บาทต่อหุ้น เพื่อนนักลงทุนอย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (quantitative) แต่ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนในกิจการใดก็ตามจะต้องพิจารณาเชิงคุณภาพ (qualitative) ด้วย เช่น ความสามารถและธรรมาภิบาลของผู้บริหาร แนวโน้มสภาวะอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม การเข้าลงทุนในกิจการ HMPRO ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นตกลงไปเหลือครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริง หรือ 2.80 - 3.36 บาทต่อหุ้น ซึ่งโดยมากจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงวิกฤติของเศรษฐกิจหรือวิกฤติของกิจการเท่านั้น นอกจากนี้แล้วท่านจะลงทุนด้วยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกว่าในภาวะวิกฤติมากครับ มูลค่าที่แท้จริงดังกล่าว เมื่อเทียบกับราคาปิด 12.60 บาทของวันที่ 21 กันยายน 2012 แล้วจะเห็นว่า ราคาหุ้น HMPRO ได้วิ่งเลยมูลค่าที่แท้จริงไปไกลแล้ว ราคาตลาดที่ระดับนี้มีค่าเท่ากับการขายกิจการทั้งหมดในปีที่ 10 ด้วยราคา 34.96 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นซึ่งเกิดในปีที่ 10 นั้น

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

พิมพ์คำว่า "ลงทุนหุ้นไทย" ในกูเกิล

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Friday, September 14, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น SALEE 2012Q2 ดูมูลค่าที่แท้จริง

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น SALEE รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ [ องค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง ] สำหรับสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมทั้งสามแบบครบแล้ว ต่อไปผมพิจารณาว่า โอกาสในการเกิดเหตุการณ์ตามสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมแต่ละแบบน่าจะเป็นเท่าใด เพื่อประเมินออกมาเป็นมูลค่าที่แท้จริงของ SALEE ณ สิ้นปี 2012 ผมเห็นว่า กิจการ SALEE มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่ารายได้สะสมจะเพิ่มค่าขึ้นแบบเส้นโค้ง (quadratic) เพราะหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง (linear) แล้ว รายได้ในไตรมาสที่ผ่านไปในอนาคตจะมีค่าเท่าเดิมไปตลอด และหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นน้อยมากด้วยอัตรา 0.5% ต่อปี (saturated) แล้ว จะหมายความว่ากิจการแทบไม่มีรายได้เลยในแต่ละปีที่ผ่านไปในอนาคต ดังนั้นผมจึงประเมินว่า มีโอกาส 90% ที่รายได้สะสมของ SALEE จะเพิ่มขึ้นแบบ quadratic มีโอกาส 9% ที่รายได้สะสมของ SALEE จะเพิ่มขึ้นแบบ linear และมีโอกาส 1% ที่รายได้สะสมของ SALEE จะเพิ่มขึ้นแบบ saturated ดังนั้นมูลค่ากิจการที่แท้จริงของ SALEE จึงอยู่ในช่วง 1,557.43 - 1,800.56 ล้านบาท เมื่อขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 10 - 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นประจำปีที่ 10 ดังรายละเอียดในตารางข้างล่าง



     ในขณะนี้ กิจการ SALEE มีหุ้นที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้ว 259.33 ล้านหุ้น ดังนั้นมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ SALEE จึงตกอยู่ในช่วง 6.01 - 6.94 บาทต่อหุ้น เพื่อนนักลงทุนอย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (quantitative) แต่ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนในกิจการใดก็ตามจะต้องพิจารณาเชิงคุณภาพ (qualitative) ด้วย เช่น ความสามารถและธรรมาภิบาลของผู้บริหาร แนวโน้มสภาวะอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม การเข้าลงทุนในกิจการ SALEE ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นตกลงไปเหลือครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริง หรือ 3.00 - 3.47 บาทต่อหุ้น ซึ่งโดยมากจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงวิกฤติของเศรษฐกิจหรือวิกฤติของกิจการเท่านั้น นอกจากนี้แล้วท่านจะลงทุนด้วยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกว่าในภาวะวิกฤติมากครับ ขอบบนของมูลค่าที่แท้จริง 6.94 บาท ดังกล่าว ตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่า เราขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นปีที่ 10 แต่ราคาในตลาด ณ สิ้นวันที่ 13 กันยายน 2012 หุ้น SALEE ปิดที่ 8.50 บาท มีค่าเท่ากับการที่เราขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 23.31 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นปีที่ 10 ซึ่งถือว่าได้ราคาสูงมากทีเดียว ดังนั้นการลงทุนใน SALEE ณ ขณะนี้จึงกระเดียดไปทางเก็งกำไรระยะสั้นครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

facebook.com/truestockvalue
twitter.com/thstockinvest
gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Wednesday, September 12, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น THCOM 2012Q2 ดูมูลค่าที่แท้จริง

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น THCOM รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ [ องค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง ] สำหรับสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมทั้งสามแบบครบแล้ว ต่อไปผมพิจารณาว่า โอกาสในการเกิดเหตุการณ์ตามสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมแต่ละแบบน่าจะเป็นเท่าใด เพื่อประเมินออกมาเป็นมูลค่าที่แท้จริงของ THCOM ณ สิ้นปี 2012 ผมเห็นว่า กิจการ THCOM หลังจากเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของกิจการระดับโลกอย่าง IBM แล้ว ทำการปรับปรุงกิจการจนพลิกเป็นกำไรได้อีกครั้ง เมื่อรวมความคุ้มครองจากรัฐบาลเพื่อไทย ความเสี่ยงในการถูกเล่นงานเกี่ยวกับสัมปทานดาวเทียมต่าง ๆ ที่เคยผจญมาในอดีตน่าจะหมดไป รายได้ของกิจการน่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่ารายได้สะสมจะเพิ่มค่าขึ้นแบบเส้นโค้ง (quadratic) เพราะหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง (linear) แล้ว รายได้ในไตรมาสที่ผ่านไปในอนาคตจะมีค่าเท่าเดิมไปตลอด และหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นน้อยมากด้วยอัตรา 0.5% ต่อปี (saturated) แล้ว จะหมายความว่ากิจการแทบไม่มีรายได้เลยในแต่ละปีที่ผ่านไปในอนาคต ดังนั้นผมจึงประเมินว่า มีโอกาส 90% ที่รายได้สะสมของ THCOM จะเพิ่มขึ้นแบบ quadratic มีโอกาส 9% ที่รายได้สะสมของ THCOM จะเพิ่มขึ้นแบบ linear และมีโอกาส 1% ที่รายได้สะสมของ THCOM จะเพิ่มขึ้นแบบ saturated ดังนั้นมูลค่ากิจการที่แท้จริงของ THCOM จึงอยู่ในช่วง 23,068.98 - 26,870.13 ล้านบาท เมื่อขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 10 - 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นประจำปีที่ 10 ดังรายละเอียดในตารางข้างล่าง



ในขณะนี้ กิจการ THCOM มีหุ้นที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้ว 1,095.94 ล้านหุ้น ดังนั้นมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ THCOM จึงตกอยู่ในช่วง 21.05 - 24.52 บาทต่อหุ้น เพื่อนนักลงทุนอย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (quantitative) แต่ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนในกิจการใดก็ตามจะต้องพิจารณาเชิงคุณภาพ (qualitative) ด้วย เช่น ความสามารถและธรรมาภิบาลของผู้บริหาร แนวโน้มสภาวะอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม การเข้าลงทุนในกิจการ THCOM ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นตกลงไปเหลือครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริง หรือ 10.05 - 12.26 บาทต่อหุ้น ซึ่งโดยมากจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงวิกฤติของเศรษฐกิจหรือวิกฤติของกิจการเท่านั้น นอกจากนี้แล้วท่านจะลงทุนด้วยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกว่าในภาวะวิกฤติมากครับ มูลค่าที่แท้จริงดังกล่าว เมื่อเทียบกับราคาปิด 18.80 บาทของวันที่ 12 กันยายน 2012 พบว่า ตลาดกำลังให้ราคากิจการ THCOM ตามมูลค่าที่แท้จริงอยู่แล้วในขณะนี้ครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ ( เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผล
ระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด )

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Sunday, September 9, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น ADVANC 2012Q2 ดูมูลค่าที่แท้จริง

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น ADVANC รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ [ องค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง ] สำหรับสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมทั้งสามแบบครบแล้ว ต่อไปผมพิจารณาว่า โอกาสในการเกิดเหตุการณ์ตามสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมแต่ละแบบน่าจะเป็นเท่าใด เพื่อประเมินออกมาเป็นมูลค่าที่แท้จริงของ ADVANC ณ สิ้นปี 2012 ผมเห็นว่า กิจการ ADVANC มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่ารายได้สะสมจะเพิ่มค่าขึ้นแบบเส้นโค้ง (quadratic) เพราะหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง (linear) แล้ว รายได้ในไตรมาสที่ผ่านไปในอนาคตจะมีค่าเท่าเดิมไปตลอด และหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นน้อยมากด้วยอัตรา 0.5% ต่อปี (saturated) แล้ว จะหมายความว่ากิจการแทบไม่มีรายได้เลยในแต่ละปีที่ผ่านไปในอนาคต ดังนั้นผมจึงประเมินว่า มีโอกาส 90% ที่รายได้สะสมของ ADVANC จะเพิ่มขึ้นแบบ quadratic มีโอกาส 9% ที่รายได้สะสมของ ADVANC จะเพิ่มขึ้นแบบ linear และมีโอกาส 1% ที่รายได้สะสมของ ADVANC จะเพิ่มขึ้นแบบ saturated ดังนั้นมูลค่ากิจการที่แท้จริงของ ADVANC จึงอยู่ในช่วง 666,736.09 - 766,960.91 ล้านบาท เมื่อขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 10 - 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นประจำปีที่ 10 ดังรายละเอียดในตารางข้างล่าง



ในขณะนี้ กิจการ ADVANC มีหุ้นที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้ว 2,973.10 ล้านหุ้น ดังนั้นมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ ADVANC จึงตกอยู่ในช่วง 224.26 - 257.97 บาทต่อหุ้น เพื่อนนักลงทุนอย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (quantitative) แต่ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนในกิจการใดก็ตามจะต้องพิจารณาเชิงคุณภาพ (qualitative) ด้วย เช่น ความสามารถและธรรมาภิบาลของผู้บริหาร แนวโน้มสภาวะอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม การเข้าลงทุนในกิจการ ADVANC ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นตกลงไปเหลือครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริง หรือ 112.13 - 128.98 บาทต่อหุ้น ซึ่งโดยมากจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงวิกฤติของเศรษฐกิจหรือวิกฤติของกิจการเท่านั้น นอกจากนี้แล้วท่านจะลงทุนด้วยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกว่าในภาวะวิกฤติมากครับ มูลค่าที่แท้จริงดังกล่าว เมื่อเทียบกับราคาปิด 214.00 บาทของวันที่ 7 กันยายน 2012 พบว่า ตลาดกำลังให้ราคากิจการ ADVANC ตามมูลค่าที่แท้จริงอยู่แล้วในขณะนี้ครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ ( เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผล
ระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด )

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่

facebook.com/truestockvalue
twitter.com/thstockinvest
gplus.to/chamlaehoon

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Tuesday, September 4, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น STPI 2012Q2 ดูมูลค่าที่แท้จริง

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น STPI รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ [ องค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง ] สำหรับสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมทั้งสามแบบครบแล้ว ต่อไปผมพิจารณาว่า โอกาสในการเกิดเหตุการณ์ตามสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมแต่ละแบบน่าจะเป็นเท่าใด เพื่อประเมินออกมาเป็นมูลค่าที่แท้จริงของ STPI ณ สิ้นปี 2012 ผมเห็นว่า กิจการ STPI มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่ารายได้สะสมจะเพิ่มค่าขึ้นแบบเส้นโค้ง (quadratic) เพราะหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง (linear) แล้ว รายได้ในไตรมาสที่ผ่านไปในอนาคตจะมีค่าเท่าเดิมไปตลอด และหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นน้อยมากด้วยอัตรา 0.5% ต่อปี (saturated) แล้ว จะหมายความว่ากิจการแทบไม่มีรายได้เลยในแต่ละปีที่ผ่านไปในอนาคต ดังนั้นผมจึงประเมินว่า มีโอกาส 90% ที่รายได้สะสมของ STPI จะเพิ่มขึ้นแบบ quadratic  มีโอกาส 9% ที่รายได้สะสมของ STPI จะเพิ่มขึ้นแบบ linear และมีโอกาส 1% ที่รายได้สะสมของ STPI จะเพิ่มขึ้นแบบ saturated ดังนั้นมูลค่ากิจการที่แท้จริงของ STPI จึงอยู่ในช่วง 22,644.63 - 26,896.79 ล้านบาท เมื่อขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 10 - 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นประจำปีที่ 10 ดังรายละเอียดในตารางข้างล่าง



     ในขณะนี้ กิจการ STPI มีหุ้นที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้ว 367.89 ล้านหุ้น ดังนั้นมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ STPI จึงตกอยู่ในช่วง 61.55 - 73.11 บาทต่อหุ้น กึ่งกลางของช่วงมูลค่าที่แท้จริงดังกล่าวตกอยู่ที่ 67.33 บาท ใกล้เคียงมากกับ [ เป้าหมายระดับ Fibonacci ที่ 66.76 $$ บาท ]   
     เพื่อนนักลงทุนอย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (quantitative) แต่ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนในกิจการใดก็ตามจะต้องพิจารณาเชิงคุณภาพ (qualitative) ด้วย เช่น ความสามารถและธรรมาภิบาลของผู้บริหาร แนวโน้มสภาวะอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม การเข้าลงทุนในกิจการ STPI ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นตกลงไปเหลือครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริง หรือ 30.78 - 36.56 บาทต่อหุ้น ซึ่งโดยมากจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงวิกฤติของเศรษฐกิจหรือวิกฤติของกิจการเท่านั้น นอกจากนี้แล้วท่านจะลงทุนด้วยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกว่าในภาวะวิกฤติมากครับ มูลค่าที่แท้จริงดังกล่าว เมื่อเทียบกับราคาปิด 35.75 บาทของวันที่ 3 กันยายน 2012 มี upside  172.17% - 204.50% ครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ ( เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผล

ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด )

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Friday, August 31, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น SINGER 2012Q2 ดูมูลค่าที่แท้จริง


     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น SINGER รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ [ องค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง ] สำหรับสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมทั้งสามแบบครบแล้ว ต่อไปผมพิจารณาว่า โอกาสในการเกิดเหตุการณ์ตามสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมแต่ละแบบน่าจะเป็นเท่าใด เพื่อประเมินออกมาเป็นมูลค่าที่แท้จริงของ SINGER ณ สิ้นปี 2012 ผมเห็นว่า กิจการ SINGER มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่ารายได้สะสมจะเพิ่มค่าขึ้นแบบเส้นโค้ง (quadratic) เพราะหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง (linear) แล้ว รายได้ในไตรมาสที่ผ่านไปในอนาคตจะมีค่าเท่าเดิมไปตลอด และหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นน้อยมากด้วยอัตรา 0.5% ต่อปี (saturated) แล้ว จะหมายความว่ากิจการแทบไม่มีรายได้เลยในแต่ละปีที่ผ่านไปในอนาคต ดังนั้นผมจึงประเมินว่า มีโอกาส 90% ที่รายได้สะสมของ SINGER จะเพิ่มขึ้นแบบ quadratic  มีโอกาส 9% ที่รายได้สะสมของ SINGER จะเพิ่มขึ้นแบบ linear และมีโอกาส 1% ที่รายได้สะสมของ SINGER จะเพิ่มขึ้นแบบ saturated ดังนั้นมูลค่ากิจการที่แท้จริงของ SINGER จึงอยู่ในช่วง 8,115.38 - 9,902.86 ล้านบาท เมื่อขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 10 - 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นประจำปีที่ 10 ดังรายละเอียดในตารางข้างล่าง


     ในขณะนี้ กิจการ SINGER มีหุ้นที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้ว 270.00 ล้านหุ้น ดังนั้นมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ SINGER จึงตกอยู่ในช่วง 30.06 - 36.68 บาทต่อหุ้น เพื่อนนักลงทุนอย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (quantitative) แต่ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนในกิจการใดก็ตามจะต้องพิจารณาเชิงคุณภาพ (qualitative) ด้วย เช่น ความสามารถและธรรมาภิบาลของผู้บริหาร แนวโน้มสภาวะอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม การเข้าลงทุนในกิจการ SINGER ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นตกลงไปเหลือครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริง หรือ 15.03 - 18.34 บาทต่อหุ้น ซึ่งโดยมากจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงวิกฤติของเศรษฐกิจหรือวิกฤติของกิจการเท่านั้น นอกจากนี้แล้วท่านจะลงทุนด้วยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกว่าในภาวะวิกฤติมากครับ มูลค่าที่แท้จริงดังกล่าว เมื่อเทียบกับราคาปิด 14.20 บาทของวันที่ 30 สิงหาคม 2012 มี upside  111.69% - 158.31% ครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ ( เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผล

ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด )

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"