Showing posts with label [.Economy]. Show all posts
Showing posts with label [.Economy]. Show all posts

Wednesday, August 5, 2015

เข้าใจบทบาทและความสำคัญของ "เครดิต" ในระบบเศรษฐกิจ (How The Economic Machine Works by Ray Dalio)

เงินและเครดิต ต่างกันอย่างไร ทำไมเครดิตจึงสำคัญกว่าเงิน ลงทุนเวลา 30 นาที ดูคลิปของ Ray Dalio ข้างล่างนี้เลยครับ ถามว่า คลิปนี้คุ้มค่าเวลา 30 นาทีที่จะดูไหม บิล เกตส์ บอกไว้ว่า

"This knowledge would help everyone as investors and citizens. Watching is a worthwhile 30 minutes investment."



สรุป
  • Don't have debt rise faster than income because your debt burden will eventually crush you.
  • Don't have income rise faster than productivity because you will eventually become uncompetitive.
  • Do all that you can to raise your productivity because in the long run that's what matters most.

Short URL =  http://bit.ly/1JKTiWO

เข้าออกหุ้นตามแรงซื้อแรงขาย ระบบ WTBMS ช่วยตัดสินใจ ไม่ใช้อารมณ์ ! ]
==============================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน เพิ่มพูนกระแสเงินสด

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

ค้นหาในเฟซบุ๊ค "WTBMS"

ค้นหาในกูเกิล "WTBMS" 


Tuesday, January 6, 2015

Crude oil below 50 USD, lowest since April 2009





Short URL =  http://bit.ly/17edCjd

บริการดูกราฟหุ้นตามสั่ง คลิก! ]

==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน เพิ่มพูนกระแสเงินสด

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

ค้นหาในเฟซบุ๊ค "thstockinvest"
ค้นหาในกูเกิล "ลงทุนหุ้นไทย thstockinvest" 

Saturday, December 20, 2014

2015 ปีทองของหุ้นโลก ?

2015 ปีทองของหุ้นโลก ? เขาว่ามา ผมว่าไป fb/thstock




Short URL =  http://bit.ly/1xwYt7v

บริการดูกราฟหุ้นตามสั่ง คลิก! ]

==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน เพิ่มพูนกระแสเงินสด

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

ค้นหาในเฟซบุ๊ค "thstockinvest"
ค้นหาในกูเกิล "ลงทุนหุ้นไทย thstockinvest" 

Monday, November 3, 2014

กบข. ญี่ปุ่น ลงทุนหุ้นมากขึ้นเท่าตัว




Short URL = http://bit.ly/1ttWbl1
 
บริการดูกราฟหุ้นตามสั่ง คลิก! ]

==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน เพิ่มพูนกระแสเงินสด

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

ค้นหาในเฟซบุ๊ค "thstockinvest"
ค้นหาในกูเกิล "ลงทุนหุ้นไทย thstockinvest" 

Thursday, April 25, 2013

สู้บาทแข็งแบบเจ้าสัว If you can't beat them, join them.


"เราพยายามเอาเงินไปสู้ให้บาทอ่อน ก็เสียเปล่า เทียบนำเงินมาช่วยบริษัทที่ทุนน้อยแต่จำเป็นต้องซื้อเครื่องจักรใหม่มาปรับปรุงพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันดีกว่า เงินสู้ไปก็ถูกกินเปล่า หากเอาเงินมาช่วยบริษัทที่มีปัญหาเงินก็ยังอยู่และจะหมุนเวียนกลับมา"

ธนินท์ เจียรวนนท์

อ่านเรื่องเต็มที่ http://bit.ly/12JqpE0


==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ + เงินสด + มูลค่าปัจจุบันของ [ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลรับระหว่างถือหุ้น 10 ปี ]

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Wednesday, January 16, 2013

มองหาหุ้นที่จะอยู่รอดและเติบโตมหาศาลในยุค AEC


การดูว่าใครจะอยู่รอดและเติบโตมหาศาลในยุค AEC: 

1. ธุรกิจที่จะอยู่รอดต้องแข่งขันได้ในระดับโลก (worldwide competitive) แม้ตลาดจะเป็น AEC, AEC+3, AEC+6, TPP แต่การแข่งขันจะเป็นระดับโลก เพราะธุรกิจชั้นนำของโลกจะแปลงกายมาอยู่ใน AEC (โดยใช้สิทธิผลิตสินค้าด้วยแรงงานประเทศใน AEC 40%) อยากรู้เทรนด์โลกดีขึ้นให้หาหนังสือ "The Next Convergence" มาอ่าน

2. เมื่ออยู่รอดแล้วจะเติบโตมหาศาลได้มีลำดับดังนี้
- แตกแขนงผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันระดับโลกได้แล้วให้หลากหลายมากขึ้น (product development) สำหรับผู้บริโภคกลุ่มต่าง ๆ 
- เมื่อแตกแขนงมั่นคงแล้ว อาศัยรากฐานเดิมต่อไปแตกไลน์ธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ที่ต่างไปจากเดิมเรื่อย ๆ (diversification) อย่างรอบคอบ มีขั้นตอน

จากนี้ไปจะมีหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดอีกมาก มองหาหุ้นที่เข้าข่ายแบบที่ว่ามานี้ แล้วเติบโตไปกับธุรกิจนั้น ๆ

ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ ใน Hard Topic / Money Channel (ออกอากาศ 15 ม.ค. 2013)

Short URL = http://bit.ly/XBVJ3s

==============================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ + เงินสด + มูลค่าปัจจุบันของ [ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลรับระหว่างถือหุ้น 10 ปี ]

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Friday, October 5, 2012

Mega Trends

ผมอ่านบทความ [ Mega Trend ] ของคุณธันวา เลาหศิริวงศ์ ได้ความรู้เพิ่มเติมมากมาย เลยเอามาสรุปสั้น ๆ ไว้ให้ระลึกถึงเมื่อยามต้องเลือกหุ้นเข้าพอร์ตดังนี้ครับ


Mega Trends

  • Aging society
  • Urbanization
  • Natural disasters
  • Globalization
  • Third screen
  • Energy and food demands
  • Rise of developing countries

เมกะเทรนด์

  • สังคมผู้สูงอายุ
  • การขยายตัวของสังคมเมือง
  • ภัยธรรมชาติ
  • โลกไร้พรมแดน
  • จอที่สาม = จอโมบาย (หลังจากจอทีวี และจอคอมพิวเตอร์)
  • ความต้องการพลังงานและอาหาร
  • การเจริญขึ้นของประเทศกำลังพัฒนา

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)


พิมพ์คำว่า "ลงทุนหุ้นไทย" ในกูเกิล


 facebook.com/truestockvalue

 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Tuesday, August 7, 2012

รู้จักมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบต่าง ๆ

     ในข่าวสารการลงทุนเพื่อนนักลงทุนอาจจะพบกับภาษาทางเศรษฐศาสตร์ที่เข้าใจยาก โดยเฉพาะในบรรยากาศที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนออกจากความถดถอยผ่านวิธีการต่าง ๆ ผมได้ยินได้ฟังสาระความรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ อยู่เสมอทำให้มีความเข้าใจภาษายาก ๆ เหล่านี้มากขึ้นตามลำดับ ในโพสต์นี้ผมจะแชร์สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มา ผิดพลาดประการใดขอความกรุณาท่านผู้รู้จริงว่ากล่าวได้ตามสะดวกครับ :) 

การกระตุ้นให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคักแบ่งออกเป็นสองประเภทได้แก่


วิธีการเชิงคุณภาพ (qualitative)



  • มาตรการการคลัง
    • อัดฉีดการใช้จ่ายภาครัฐ ขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบจัดการน้ำ ระบบประปา โครงข่ายถนน โครงข่ายทางด่วน รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ระบบรถไฟขนส่งสินค้า รถไฟความเร็วสูง เพิ่มเงินเดือนข้าราชการและองค์กรของรัฐ จำนำผลิตผลการเกษตร มาตรการแบบนี้ถูกจำกัดด้วยเพดานหนี้ต่อ GDP ซึ่งกำหนดโดยกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา
    • ลดภาษีเช่น ลดภาษีบุคคลธรรมดา ลดภาษีนิติบุคคล ลดหรือตรึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ลดค่าโอนอสังหาริมทรัพย์ ลดภาษีบ้านหลังแรก รถคันแรก ยกเว้นภาษีบีโอไอ
  • มาตรการการเงิน
    • ธนาคารกลางลดดอกเบี้ยโดยตรง ซึ่งมักจะกำหนดให้ดอกเบี้ยต่ำ แต่สูงกว่าเงินเฟ้อเพียงเล็กน้อยเพื่อจูงในให้ประชาชนเอาเงินออกมาใช้จ่ายแทนที่จะเก็บไว้ในธนาคาร

วิธีการเชิงปริมาณ (quantitative)


เป็นวิธีการที่กระเดียดไปในทางไร้วินัย ซึ่งจะถูกนำมาใช้เมื่อวิธีการเชิงคุณภาพดำเนินการมาจนถึงข้อจำกัดแล้ว แต่เศรษฐกิจยังไม่สามารถกลับมาเติบโตได้ เป็นการดำเนินการโดยธนาคารกลางได้แก่
  • ธนาคารกลางปั๊มเงินเพื่อเอาไปซื้อพันธบัตร (quantitative easing หรือ QE) ทำให้ดอกเบี้ยของพันธบัตรถูกกดลงต่ำกว่าระดับที่อันตราย (เมื่อประเทศใดได้รับความเชื่อถือน้อยลง จะต้องเสนอดอกเบี้ยสูงกว่าปกติจึงจะขายพันธบัตรได้ ระดับอันตรายคือประมาณ 7%)
  • ธนาคารกลางดำเนินการกดดอกเบี้ยพันธบัตรลงทางอ้อมเช่น 
    • ขายพันธบัตรระยะสั้นเอาไปซื้อพันธบัตรระยะยาวในปริมาณเท่ากัน (operation twist)
    • ปล่อยกู้ระยะยาวดอกเบี้ยต่ำให้แบงค์โดยตรงไม่ผ่านรัฐบาลเพื่อให้ธนาคารเหล่านั้นเอาเงินไปซื้อพันธบัตรของประเทศที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ (long-term refinancing operation)
    • มาตรการอื่น ๆ มี่ยังไม่เคยทำมาก่อน
===================================================


ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่


หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Monday, July 30, 2012

สัญญาณแห่งการแรลลี่รอบใหม่ ?

     ผลสำรวจความเห็นต่อสภาพเศรษฐกิจในมุมมองของเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐอเมริกา มีเพียง 22% เท่านั้นที่คิดว่า เศรษฐกิจกำลังดีขึ้น ตัวเลขดังกล่าวมีค่าพอ ๆ กับตัวเลข 18.9% ที่ได้จากการสำรวจเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2009 เพียง 4 วันก่อนหน้าที่ตลาดหุ้นสหรัฐจะตกต่ำถึงที่สุดท่ามกลางวิกฤติซับไพรม์ ก่อนจะกลับลำแรลลี่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
     จากสถิติในอดีต ก่อนการเริ่มแรลลี่รอบต่อไปของตลาดหุ้น การมองโลกในแง่ดีมักลดต่ำลงเหลือน้อยกว่า 25% หรือว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการพุ่งทะยานรอบใหม่ของตลาดหุ้น ? สำหรับผมแล้ว สุดจะคาดเดาครับ


ที่มา: http://www.cnbc.com/id/48288124

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Wednesday, July 4, 2012

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเริ่มเปลี่ยนจากโหมดเครื่องยนต์เดี่ยวเทอร์โบเจ็ต มาเป็นโหมด 3 เครื่องยนต์สมดุล

ผมได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่งมานานแล้ว พอสรุปได้ว่า ระบบเศรษฐกิจเปรียบเสมือนเครื่องบินที่มี 3 เครื่องยนต์ ได้แก่ 
  • การส่งออก 
  • การบริโภคในประเทศ 
  • การลงทุนของภาครัฐ/เอกชน 
ในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา เครื่องบินเศรษฐกิจไทยได้รับการรขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์การส่งออกเป็นหลัก ประมาณ 70% โดยใช้เชื้อเพลิงหลักคือค่าแรงราคาถูก ที่เหลือเป็นใช้เครื่องยนต์การบริโภคในประเทศ และเครื่องยนต์การลงทุนภาครัฐ/เอกชน ซึ่งเดินเครื่องในโหมดเดินเบา (idle) คือมีการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นแบบช้า ๆ เพราะค่าแรงน้อย กำลังซื้อไม่พอ ส่วนการลงทุนภาครัฐก็ไปเรื่อย ๆ มีการเน้นสร้างถนน เป็นหลัก ไม่มีการพัฒนาระบบรางอย่างจริงจัง ทำให้ประสิทธิภาพระบบลอจิสติกส์ไม่เพียงพอ โครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ทางด้านไอทีล้าหลังชาวโลก การเดินเครื่องรอบเบาของสองเครื่องยนต์หลังนี้ เป็นไปเพียงเพื่อประคับประคองให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปได้เรื่อย ๆ เท่านั้น เมื่อเศรษฐกิจโลกซบเซาลง เครื่องยนต์ส่งออกจึงจำเป็นต้องลดความแรงลงมา ดังนั้นถ้าไม่อยากให้เครื่องตก ก็ต้องเร่งเครื่องยนต์การบริโภคในประเทศ และเครื่องยนต์การลงทุนภาครัฐ/เอกชนขึ้นมาทดแทน


การเร่งเครื่องยนต์การบริโภคในประเทศขึ้นมานั้นขณะนี้มีการดำเนินการหลายอย่าง ได้แก่ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ (ยิ่งทำให้เครื่องยนต์ส่งออกลดความแรงลงอีก) การขึ้นเงินเดือนแรงงานระดับปริญญาตรี (และผลพวงที่กระเทือนไปทั้งระบบ) การจำนำผลิตผลการเกษตร การพักหนี้ รถยนต์คันแรก การลดภาษีเพื่อขยายฐาน เป็นต้น มาตราการเหล่านี้ล้วนเอื้อให้เกิดกิจกรรมการบริโภคภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างขนานใหญ่ ซึ่งรัฐจะได้เงินคืนมาในรูปของ VAT จากกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นมานั่นเอง


สำหรับเครื่องยนต์การลงทุนภาครัฐ/เอกชนนั้น แบ่งออกเป็นการลงทุนภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกัน กล่าวคือ การลงทุนภาครัฐ เปรียบเหมือนตัวนำร่องที่จะอำนวยให้ภาคเอกชนเริ่มลงทุนตาม เช่น รัฐต้องลงทุน ระบบขนส่ง ไฟฟ้า ประปา การสื่อสาร อินเตอร์เน็ต ให้เพียงพอเสียก่อน เอกชนจึงจะกล้าลงทุนขยายโรงงานเก่า และสร้างโรงงานใหม่ นอกจากนี้ การบริโภคในประเทศและการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจะส่งเสริมให้เอกชนลงทุนผลิตสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นไปอีก เกี่ยวโยงกันไปทั้งระบบ ดังนั้นการลงทุนภาครัฐจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้กระบวนการซึ่งเกี่ยวโยงกันดังกล่าวให้เริ่มเร่งเครื่องขึ้นมาช่วยกันขับดันเศรษฐกิจอย่างสมดุลทั้งสามเครื่องยนต์ 


แนวคิดที่ผมว่ามานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่ได้ริเริ่มโดย John Maynard Keynes มาตั้งแต่ปี 1930 มีการใช้ได้ผลมาแล้วในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (great depression) ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ลองหาอ่านรายละเอียดดูครับ 


กระบวนการปรับเครื่องยนต์ทั้งสามให้สมดุลด้วยการนำร่องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานบัดนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว ดังที่ผมอ่านพบบทความในหนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 1-4 ก.ค. 2555 เลยตัดมาแปะแชร์กันครับ เพื่อนนักลงทุนลองไปคิดต่อดูครับว่า ท่านจะใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้อย่างไรต่อไป 




ที่มา : ตัดมาแปะจากหนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 1-4 ก.ค. 2555

===================================================


ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "