Showing posts with label [.Winning stocks]. Show all posts
Showing posts with label [.Winning stocks]. Show all posts

Thursday, February 7, 2013

อัพเดตภาพใหญ่ของหุ้น CK ภายใต้บรรยากาศ Super Cycle 7 ก.พ. 2013


     วันนี้ผมได้โอกาสอัพเดตภาพรวมของกราฟหุ้น CK ภายใต้บรรยากาศ Super Cycle ของการโหมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไทย กราฟรายเดือนในภาพข้างล่าง แสดง Big Picture ของหุ้น CK รอบสิบปีที่ผ่านมา เส้นสีชมพูในกราฟ เดิมเป็น Supply line กำหนดขอบเขตบรรยากาศขาลงของหุ้น เมื่อราคาหุ้นสามารถฝ่าเส้นนี้ออกมาได้ ก็พุ่งขึ้นมุ่งหน้าไปยังระดับสูงสุดเดิม 30.50 บาท เมื่อปลายปี 2003 การไต่ราคารอบนี้มีเส้นทางพาดผ่านช่องแนวโน้มขาขึ้นสีเขียวสามช่อง ราคาหุ้น CK ได้ผ่านช่องที่ 1 และ 2 มาแล้ว ขณะนี้เริ่มเข้าเขตช่องแนวโน้มขาขึ้นช่องที่ 3 มองเห็นจุดและลูกศรแดงซึ่งเป็นระดับสูงสุดเดิมอยู่รำไร จะไปถึงหรือไม่จับตาให้ดีครับ 


ธรรมชาติของหุ้นรับเหมา เป็นพวกบ้าพลัง หากฝรั่งแย่งกันเข้าเมื่อไหร่ หุ้นพวกนี้พร้อมจะขึ้นไปแบบไร้เหตุผล ไม่ต้องมีปัจจัยพื้นฐานใด ๆ รองรับ สมมุติว่าราคาหุ้นไต่ขึ้นไปชนจุดแดงที่ 30.50 บาทแล้ว มองในบางมุมจะเห็นว่ากราฟหุ้นที่จุดนั้นจะหน้าตาคล้าย ๆ กับรูปถ้วยแก้ว สมมุติต่ออีกว่า ฝรั่งยังคงแย่งกันเข้าอยู่ ถ้วยแก้วนั้นอาจจะมีหูจับมาต่อท้ายหรือไม่มีก็ได้ อันนี้แค่สมมุติ ฝันกลางวันเล่น ๆ นะครับ ตามทฤษฎีกราฟรูปถ้วยแก้ว เป้าหมายในความฝันนั้นอยู่ที่ 30.50 + (30.50 - 1.96) = 59 บาท บ้ามั๊ยล่ะ ตอนนี้ตื่นขึ้นมาก่อน อย่าเพิ่งฝันไปไกล เอา 30.50 ให้ได้ก่อน ที่เหลือแบ่งไว้ฝันวันหลังก็แล้วกันครับ


Short URL =  http://bit.ly/1226dti

อ่านบทความเกี่ยวกับ CK ทั้งหมดได้ [ ที่นี่ ]

==============================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ + เงินสด + มูลค่าปัจจุบันของ [ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลรับระหว่างถือหุ้น 10 ปี ]

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Thursday, January 17, 2013

ภาพใหญ่ของหุ้น CK ภายใต้บรรยากาศ Super Cycle

     ภายใต้บรรยากาศ Super Cycle ของการโหมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของไทย เพื่อช่วงชิงการเป็นจุดเชื่อมต่อขนส่งทางบกและทางเรือจุดใหม่ของเอเซีย ในเส้นทาง 1. จีน-สิงคโปร์ 2. เวียดนาม-อินเดีย 3. มหาสมุทรแปซิฟิก-มหาสมุทรอินเดีย ผ่านแหลมฉบัง-ทวาย โอกาสทองแบบนี้ไม่ผ่านมาอีกแล้วถ้าไม่รีบคว้าเอาไว้ การฟื้นตัวของหุ้น CK ในครั้งนี้ ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศการฟื้นตัวในช่วงปลายปี 2003 ซึ่งราคาหุ้นขึ้นไปทำจุดสูงสุดหลังวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่ 30.50 บาท ดังภาพกราฟหุ้น CK รายเดือนข้างล่าง นอกจากบรรยากาศรวมของประเทศแล้ว โครงสร้างธุรกิจของ CK ยังแตกต่างกันอย่างมากกับเมื่อปี 2003 กล่าวคือในช่วงนั้น กิจการยังคงเน้นการรับเหมาก่อสร้างเป็นหลัก มีการริเริ่มวางตำแหน่งของธุรกิจมาทางเป็นบริษัทโฮลดิ้งกิจการสาธารณูปโภคนอกจากทางด่วนของเดิมมายังรถไฟฟ้าใต้ดิน ขณะนั้นยังไม่ได้ขยายไปทางน้ำประปา และพลังงานอย่างจริงจัง ส่วนโครงสร้างในปัจจุบัน ได้ครอบคลุมทุกด้านที่กล่าวมาแล้ว โครงสร้างทุกด้านที่วางเอาไว้ ล้วนแต่เป็นฟีดเดอร์คอยป้อนงานรับเหมาก่อสร้างให้บริษัทแม่มากขึ้นเรื่อย ๆ ยังเหลือลดสัดส่วนการถือหุ้นบริษัทย่อยเหล่านั้นให้เหมาะสมเพื่อไม่ต้องแบกรับภาระผลขาดทุนของกิจการที่ยังไม่ถึงจุดคืนทุน และการแยกกิจการพลังงานเข้าตลาดหุ้น นี่เป็นการต่อจิ๊กซอว์ที่กำลังจะสมบูรณ์ นี่เป็นภาพใหญ่ของกิจการ สิ่งสุดท้ายที่ต่างกันก็คือปริมาณงานในมือที่เซ็นสัญญาแล้วในขณะนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และยังสูงขึ้นได้อีกมาก เพราะการโหมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลยังไม่ได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจังด้วยซ้ำครับ
     ทีนี้มาดูภาพใหญ่ที่เป็นกราฟ พัฒนาการในกราฟรายเดือนของหุ้น CK ย่อ ๆ เป็นดังนี้ เริ่มจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจาก 1.16 บาท ไปจุดสูงสุด 30.50 บาท ในเวลาประมาณครึ่งปี ในช่วงเวลาดังกล่าว ใครใช้ P/E เป็นตัวบ่งชี้ความถูกแพงของหุ้น คงขายหมูออกไปตั้งแต่หุ้นขึ้นไปถึงระดับ 4-5 บาท คือคิดว่าขึ้นมา 4-5 เด้งมันน่ากลัวแล้ว แต่อีกไม่กี่เดือนให้หลังมันกลายเป็น หุ้นยี่สิบกว่าเด้งไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ และนั่นก็เป็นจุดสูงสุดในรอบ 9 ปีจนถึงปัจจุบัน ถ้าเปิดดูค่า P/E ของ CK ณ วันนี้ จะงงมากว่าเป็นไปได้อย่างไร ค่า P/E สูงเป็นพันแล้ว ?!?! ต่อนะครับ หลังจากทำจุดสูงสุด ราคาหุ้นปรับลงมาที่ 7.20 บาท เด้งกลับไปที่ 16.60 บาท ไหลลงมาต่ำสุดที่ 1.96 บาท เรียกว่าขึ้นไปกี่เด้ง ก็คืนกลับไปหมดทุกเด้งในเวลาประมาณห้าปี จากนั้นราคาหุ้นก็ฟื้นตัวขึ้นมาที่ 11.40 บาท พักปรับฐานลงมาที่ 5.55 บาท แล้วย้อนกลับขึ้นไปแถว ๆ 16 บาท ในปัจจุบัน การฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดปลายปี 2008 มาถึงปัจจุบันก็ประมาณ 8 เด้งแล้ว ถ้าดูในภาพจะเห็นว่า จุดสูงสุดที่น่าสนใจในกราฟได้แก่จุด 30.50 บาทปลายปี 2003 และจุด 11.40 ปลายปี 2010 ผมลากเส้นตรงสีชมพูเชื่อมจุดทั้งสองนี้ ได้ออกมาเป็นเส้น Supply line ที่เป็นตัวชี้ว่า หุ้นได้ฟื้นตัวจากการซึมยาว 8 ปีแล้วอย่างมั่นคง ดังนั้นเมื่อได้รับการยืนยันแบบนี้ ราคาหุ้นจึงฟื้นตัวขึ้นด้วยความเร่งนับแต่ช่วงกลางปี 2012 เป็นต้นมานั่นเอง



     ผมได้เคยโพสต์ไว้ในข้อเขียนหลายแห่งว่า การฟื้นตัวของหุ้นไม่ว่าในกรอบระยะเวลาใดก็ตาม จะยั่งยืนได้ต้องปรากฎหลักฐาน 2 ประการคือ ราคาหุ้นต้องขึ้นไปอยู่เหนือเส้น Supply line ให้ได้ และต้องเกิดเป็นแนวโน้มขาขึ้นใหม่ให้เห็นอย่างชัดเจน เมื่อดูในภาพข้างล่างจะเห็นช่องแนวโน้มสีเขียวเกิดขึ้นแล้วอย่างชัดเจน ในภาพผมใช้เส้นตรงขนานสีเขียว 4 เส้นประกอบกันเป็นช่องแนวโน้มขาขึ้นสามช่อง และพบว่าราคาหุ้น CK ได้เคลื่อนไหวอยู่ในช่องแนวโน้มล่างสุดมาแล้วเป็นเวลา 5 ปีเต็ม จะเห็นกว่าที่เราจะยืนยันการเกิดช่องแนวโน้มขาขึ้นได้ ก็ต้องรอจนถึงปลายปี 2011 ตรงบริเวณซึ่งราคาหุ้นลงมาที่ 5.55 บาท ในช่วงนั้นราคาหุ้นยังไม่สามารถพ้นออกจากแนวเส้น Supply line ได้ จนกระทั่งกลางปี 2012 ดังได้กล่าวแล้ว จากภาพจะเห็นว่า ในเดือนสุดท้ายของปี 2012 ราคาหุ้น CK ได้ทะลุเข้าไปอยู่ในช่องแนวโน้มขาขึ้นช่องกลางเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กำลังวนเวียนย้ำฐานให้แน่นที่เส้นแนวนอนสีน้ำเงินอันเป็นจุดสูงสุดย่อยเดิมเมื่อต้นปี 2005 หากยืนเหนือเส้นสีน้ำเงินนี้ได้อย่างมั่นคงแล้ว แนวต้านหลักที่เหลืออยู่ก็มีแต่จุดสูงสุดเดิมที่ 30.50 บาทบริเวณเส้นสีแดง ในช่วงระหว่างเส้นสีน้ำเงินและเส้นสีแดง ผมมองเห็นแนวต้านที่ผ่านได้ง่ายกว่าเส้นสีแดง คือเส้นขอบล่างของช่องแนวโน้มสีเขียวช่องบนสุดนั่นเอง ส่วนเส้นขอบบนของช่องแนวโน้มดังกล่าว ผมไม่อยากกล่าวถึงมากเพราะจะเห็นว่าแนวเส้นดังกล่าวจะรวมกันกับเส้นสีแดงที่บริเวณจุดวงกลมสีแดงนั่นเอง ที่จุดแดงดังกล่าว อยู่ในแนวที่ความชันของกราฟกำลังมุ่งไปพอดี ด้วยพลังต้านทั้งเส้นเขียวและเส้นแดงรวมกัน โอกาสที่จะไปถึงจุดแดงแล้วทะลุข้ามไปเลยนั้นเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก และน่าจะมีการปรับฐานที่ใหญ่พอสมควรเกิดขึ้นที่ตรงนั้น ถ้าดูภาพใหญ่มาก ๆ จะเห็นว่า จากจุดสูงสุด 30.50 บาทเมื่อปลายปี 2003 เรื่อยไปจนถึงจุดแดงที่ความสูงเดียวกัน ลักษณะของกราฟดูคล้ายกับถ้วยแก้วใหญ่ ดังนั้นถ้าราคาหุ้นสามารถขึ้นไปชนจุดแดงแล้วผ่านขึ้นไปต่อ ก็เข้ารูปกราฟแบบถ้วยแก้วไม่มีหูจับ แต่ถ้าชนแล้ว พักปรับฐานลงมาก็เข้าตำรา ถ้วยกาแฟมีหูจับ ชี้เป้าหมายไปที่ 30.50 + (30.50 - 1.96) = 59.04 บาท จะเป็นไปได้หรือไม่ต้องรอดูกันต่อไปแต่ตอนนี้ขอให้ยืนเหนือ 16.60 ได้อย่างมั่นคงและผ่าน 22 บาทไปให้ได้ก่อน ที่เหลือค่อยมาดูอีกทีก็ยังได้ สมมุติว่าราคาหุ้นสามารถขึ้นไปถึงจุดแดงได้จริง สิ่งที่ควรคิดไว้ล่วงหน้าคือ การแรลลี่ของราคาหุ้นจาก 1.96 บาท ไปชน 30.50 บาท จะมีโอกาสพักปรับฐานลงมาตามทฤษฎี Fibonacci retracement ที่ระดับราคาใดบ้าง และเราจะทนการปรับลงนั้นได้หรือไม่ มีแผนการบรรเทาความเสียหายในระหว่างการปรับฐานนั้นอย่างไรบ้าง เป็นสิ่งที่น่าเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แต่เนิ่น ๆ ครับ


Short URL =  http://bit.ly/101lTvT

อ่านบทความเกี่ยวกับ CK ทั้งหมดได้ [ ที่นี่ ]

==============================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ + เงินสด + มูลค่าปัจจุบันของ [ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลรับระหว่างถือหุ้น 10 ปี ]

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Saturday, August 18, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE 2012Q2 ดูมูลค่าปัจจุบันของเงินปันผลในอนาคต

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ "คาดการณ์เงินปันผลในอนาคต" ออกมาแล้ว ต่อไปผมจะแปลงมูลค่าเงินปันผลที่เกิดในอนาคตเหล่านี้ ย้อนกลับมาเป็นมูลค่าในปัจจุบัน ปัจจัยที่ต้องใช้ในการแปลงมูลค่าเงินในอนาคตกลับมาเป็นมูลค่าในปัจจุบันคือ ผลตอบแทนการลงทุนที่นักลงทุนพอใจ สำหรับผม หากไม่เิอาเงินมาลงทุนซื้อหุ้น ผมพอใจผลตอบแทนการลงทุนด้วยวิธีการอื่นที่อัตราผลตอบแทนเท่ากับอัตราดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate) ของธนาคารพาณิชย์ ข้อมูลจากเว็บธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า MLR เฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ไทยในขณะนี้อยู่ที่ 7.6081% ดังนั้นผมจะใช้ตัวเลขนี้ในการคิดลดมูลค่าเงินตามหลักการต่อไปนี้

  • หาค่าตัวหารมูลค่าเงิน = 1 + อัตราผลตอบแทนการลงทุนที่พอใจ = 1 + 0.076081  = 1.076081
  • เงินที่เกิดขึ้นในปีที่ n ข้างหน้า มีค่าเท่ากับ เงินนั้นหารด้วยตัวหารมูลค่าเงิน n ครั้ง เช่น เงิน 100 บาทที่เกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า มีค่าเท่ากับ 100 หารด้วย 1.076081 สองครั้ง หรือ  100/1.076081/1.076081 = 86.36 บาทในปัจจุบัน

ดังนั้น เงินปันผลที่เกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้า ตามสมมุติฐานแนวโน้มรายได้สะสม 3 แบบจึงมีมูลค่าในปัจจุบันดังตารางข้างล่าง


สรุป
  • มูลค่าปัจจุบันของ Quadratic dividends ที่เกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้ามีค่า 1,308.29 ล้านบาท
  • มูลค่าปัจจุบันของ Linear dividends ที่เกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้ามีค่า 501.05 ล้านบาท
  • มูลค่าปัจจุบันของ Saturated dividends ที่เกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้ามีค่า 53.76 ล้านบาท

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ ( เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผล

ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด )

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

ชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE 2012Q2 คาดการณ์เงินปันผลในอนาคต

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE รวมงบการเงิน 2012Q2 สกัดได้ ข้อมูลปัจจัยพื้นฐานแบบสะสมในช่วงปี 2007 - ปัจจุบัน ตลอดจนได้ ความสัมพันธ์ระหว่างรายได้สะสมและเงินปันผลสะสม ซึ่งสะท้อน "ธรรมชาติของกิจการ" แล้ว ต่อไปผมจะคาดการณ์ว่า ใน 40 ไตรมาส (10 ปี) ข้างหน้า กิจการ JUBILE น่าจะมีแนวโน้มรายได้อย่างไร โดยกำหนดไตรมาสที่ผ่านมาแล้วเป็นเลขจำนวนเต็มที่เป็นลบ ไตรมาสล่าสุดเป็นไตรมาสที่ 0 ส่วนไตรมาสในอนาคตเป็นเลขจำนวนเต็มที่เป็นบวก และรายได้สะสมมีแนวโน้มตามสมมุติฐานสามแบบคือ


  • รายได้สะสมเติบโตแบบเส้นโค้งงอนขึ้น ซึ่งใช้วิธีการทางสถิติ "quadratic regression" วิเคราะห์ข้อมูลรายได้สะสมในอดีตพบว่า เป็นไปตามสมการ (ล้านบาท)

    Quadratic cumulative revenues = [ 7.278*(quarter^2) ] + [ 288.763*(quarter) ] + 4093.149 สมการนี้สามารถใช้แทนข้อมูลจริงในอดีตได้ด้วยความมั่นใจ 99.97%
  • รายได้สะสมเติบโตแบบเส้นตรง ซึ่งใช้วิธีการทางสถิติ "linear regression" วิเคราะห์ข้อมูลรายได้สะสมในอดีตพบว่า เป็นไปตามสมการ (ล้านบาท) Linear cumulative revenues = [ 208.7093*(quarter) ] + 3959.73 สมการนี้สามารถใช้แทนข้อมูลจริงในอดีตได้ด้วยความมั่นใจ 98.84%
  • รายได้สะสมอิ่มตัวแทบไม่มีการเติบโตเลย กำหนดให้เป็นไปตามสมการ (ล้านบาท) Saturated cumulative revenues = (previous quarter's cumulative revenues)*1.005


     เมื่อลองแทนค่าไตรมาสที่มีข้อมูลอยู่แล้วด้วยค่า -10 ถึง 0 และไตรมาสในอนาคตด้วยค่า 1 ถึง 40 ในสมการทั้งสามสมมุติฐาน จะได้ตัวเลขรายได้สะสมออกมาดังคอลัมน์ที่ 3-5 ในตารางข้างล่าง ความเข้ากันไ้ด้ของรายได้สะสมตามสมมุติฐานเหล่านี้กับข้อมูลจริงในอดีต และลักษณะการเติบโตของรายได้สะสมในอนาคตสามารถดูได้จากกราฟข้างล่าง ซึ่งพบว่า ตัวเลขจากสมการเหล่านี้ทับกับค่าที่เกิดจริงในอดีตค่อนข้างดีครับ





     เมื่อได้ตัวเลขคาดการณ์รายได้สะสมใน 10 ปีข้างหน้าตามทั้งสามสมมุติฐานแล้ว ผมจึงแปลงค่ารายได้สะสมเหล่านั้นไปเป็นเงินปันผลสะสม ด้วยสมการ (ดูรายละเอียด **ที่นี่** )


Cumulative dividend = (0.0879 * Cumulative revenues) - 56.57


ได้ค่าตัวเลขเงินปันผลสะสมดังคอลัมน์ 12-14 ในตารางข้างบน เมื่อพิจารณาคาดการณ์เงินปันผลสะสมใน 10 ปีข้างหน้าโดยเอาค่าเงินปันผลสะสมลบกันทุก ๆ 4 ไตรมาส จะได้เงินปันผลรายปีดังนี้
  • Quadratic dividends ที่เกิดใน 10 ปีข้างหน้า (ล้านบาท)
    111.73 , 132.19 , 152.65 , 173.12 , 193.58 , 214.04 , 234.51 , 254.97 , 275.43 , 295.90
  • Linear dividends ที่เกิดใน 10 ปีข้างหน้า (ล้านบาท)
    73.36 73.36 73.36 73.36 73.36 73.36 73.36 73.36 73.36 73.36
  • Saturated dividends ที่เกิดใน 10 ปีข้างหน้า (ล้านบาท)
    7.27 , 7.42 , 7.57 , 7.72 , 7.87 , 8.03 , 8.19 , 8.36 , 8.53 , 8.70
ค่าตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าที่เกิดขึ้น ณ แต่ละปีในอนาคต และเราจะต้องคิดลดลงมาเป็นมูลค่าปัจจุบันต่อไปครับ


===================================================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลร
ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)


ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Friday, August 17, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE 2012Q2 หาความสัมพันธ์ระหว่าง รายได้สะสม และเงินปันผลสะสม


     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE รวมงบการเงิน 2012Q2 สกัดได้ ข้อมูลปัจจัยพื้นฐานแบบสะสมในช่วงปี 2007 - ปัจจุบัน แล้ว ต่อไปจะประเมินว่ากิจการมีแนวโน้มจะจ่ายเงินปันผลอย่างไรในอนาคตโดยใช้ข้อมูลในอดีตมาหาความสัมพันธ์ระหว่างรายได้สะสมและเงินปันผลสะสม ด้วยวิธีการทางสถิติ "linear regression" ได้ออกมาเป็นสมการเส้นตรงดังนี้


Cumulative dividend = (0.0879 * Cumulative revenues) - 56.57

ผมคาดว่า สมการดังกล่าวสามารถใช้แทน "ธรรมชาติของกิจการ" ของ JUBILE ได้ด้วยความมั่นใจ 93.87% เมื่อลองแทนค่ารายได้สะสมลงในสมการเส้นตรงนี้ จะได้ค่าเงินปันผลสะสมดังในคอลัมน์ทางขวาสุดของตาราง และความใกล้เคียงระหว่างข้อมูลผลประกอบการจริง (จุดสีน้ำเิงิน) และสมการ "ธรรมชาติของกิจการ" (เส้นสีแดง) สามารถดูได้จากกราฟข้างล่างครับ






===================================================


ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลร
ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)


ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Tuesday, August 14, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE 2012Q2 ดูมูลค่าที่แท้จริง

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ "องค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง" สำหรับสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมทั้งสามแบบครบแล้ว ต่อไปผมพิจารณาว่า โอกาสในการเกิดเหตุการณ์ตามสมมุติฐานการเติบโตของรายได้สะสมแต่ละแบบน่าจะเป็นเท่าใด เพื่อประเมินออกมาเป็นมูลค่าที่แท้จริงของ JUBILE ณ สิ้นไตรมาส 2012Q2 ผมเห็นว่า กิจการ JUBILE มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่ารายได้สะสมจะเพิ่มค่าขึ้นแบบเส้นโค้ง (quadratic) เพราะหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง (linear) แล้ว รายได้ในไตรมาสที่ผ่านไปในอนาคตจะมีค่าเท่าเดิมไปตลอด และหากรายได้สะสมเพิ่มขึ้นน้อยมากด้วยอัตรา 0.5% ต่อไตรมาส (saturated) แล้ว จะหมายความว่ากิจการแทบไม่มีรายได้เลยในแต่ละไตรมาสที่ผ่านไปในอนาคต ดังนั้นผมจึงประเมินว่า มีโอกาส 90% ที่รายได้สะสมของ JUBILE จะเิิพิ่มขึ้นแบบ quadratic  มีโอกาส 9% ที่รายได้สะสมของ JUBILE จะเพิ่มขึ้นแบบ linear และมีโอกาส 1% ที่รายได้สะสมของ JUBILE จะเพิ่มขึ้นแบบ saturated ดังนั้นมูลค่ากิจการที่แท้จริงของ JUBILE จึงอยู่ในช่วง 3,927.83 - 4,587.51 ล้านบาท เมื่อขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 10 - 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นประจำปีที่ 10 ดังรายละเอียดในตารางข้างล่าง


     ณ สิ้นไตรมาส 2012Q2 กิจการ JUBILE มีหุ้นที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้ว 172.29 ล้านหุ้น ดังนั้นมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ JUBILE จึงตกอยู่ในช่วง 22.80 - 26.63 บาทต่อหุ้น เพื่อนนักลงทุนอย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (quantitative) แต่ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนในกิจการใดก็ตามจะต้องพิจารณาเชิงคุณภาพ (qualitative) ด้วย เช่น ความสามารถและธรรมาภิบาลของผู้บริหาร แนวโน้มสภาวะอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม การเข้าลงทุนในกิจการ JUBILE ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นตกลงไปเหลือครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริง หรือ 11.40 - 13.31 บาทต่อหุ้น เท่าที่ผมติดตามหุ้น JUBILE มา เหตุการณ์แบบว่านี้ เคยเกิดครั้งเดียวในตอนน้ำท่วมใหญ่ปี 2011 ครับ นอกนั้นท่านจะลงทุนด้วยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกว่าในภาวะวิกฤติมากครับ
     ราคาหุ้น JUBILE ณ สิ้นวันที่ 22 สิงหาคม 2012 อยู่ที่ 16.70 บาท การเข้าซื้อที่ราคาปัจจุบันมี up side 22.8/16.7 = 36.53% ถึง 26.63/16.7 = 59.46% ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเข้าซื้อเพื่อลงทุนครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ ( เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผล

ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด )

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

ชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE 2012Q2 ดูองค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ "มูลค่าปัจจุบันของกำไรของผู้ถือหุ้นในอนาคต" และ "มูลค่าปัจจุบันของเงินปันผลในอนาคต" ออกมาแล้ว แต่องค์ประกอบของมูลค่ากิจการที่แท้จริงยังมีประการอื่น ๆ อีกดังนี้
  1. เงินสดในปัจจุบัน (เป็นมูลค่าปัจจุบันแล้ว)
  2. กำไรของผู้ถือหุ้นที่ได้มาระหว่าง 10 ปีข้างหน้า (คิดลดกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน)
  3. เงินปันผลที่ได้มาระหว่าง 10 ปีข้างหน้า (คิดลดกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน)
  4. เงินที่ได้จากการขายกิจการทั้งหมด ณ สิ้นปีที่ 10 จากนี้ไป (คิดลดกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน)
ผลรวมของมูลค่าในข้อ 1- 4 คือ มูลค่าที่แท้จริงของกิจการในปัจจุบันครับ ตอนนี้เราทราบตัวเลขในข้อ 1 โดยดูที่ตอนท้ายของงบกระแสเิงินสดพบว่า ณ สิ้นไตรมาส 2012Q2 JUBILE มีเงินสดอยู่ 154.73 ล้านบาท ส่วนข้อ 2 และ 3 ได้ทราบดังกล่าวไว้ข้างตน สำหรับข้อ 4 นั้นเป็นเงินที่ได้จากการขายกิจการทั้งหมดออกไปใน ปีที่ 10 โดยผมกำหนดราคาขายกิจการไว้ที่ 10 - 15 เท่าของมูลค่ากำไรของผู้ถือหุ้นที่สร้างได้ในปีสุดท้ายนั้น ค่าที่ได้เอามาหารด้วย 1.076081 สิบครั้ง จะกลายเป็นมูลค่าปัจจุบันของข้อ 4 ดังนั้น มูลค่ารวมของกิจการจากองค์ประกอบทั้งสี่ข้อตามสมมุติฐานรายได้ทั้งสามแบบจึงออกมาดังนี้


สรุป
  • มูลค่าที่แท้จริงของกิจการตามแนวโน้มรายได้สะสมแบบ Quadratic เท่ากับ 4,209.42 - 4,924.45 ล้านบาท
  • มูลค่าที่แท้จริงของกิจการตามแนวโน้มรายได้สะสมแบบ Linear เท่ากับ 1,514.44 - 1,691.70 ล้านบาท
  • มูลค่าที่แท้จริงของกิจการตามแนวโน้มรายได้สะสมแบบ Saturated เท่ากับ 304.62 - 325.65 ล้านบาท
===================================================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลร
ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)


ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

ชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE 2012Q2 ดูมูลค่าปัจจุบันของกำไรของผู้ถือหุ้นในอนาคต

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ "คาดการณ์กำไรของผู้ถือหุ้นในอนาคต" ออกมาแล้ว ต่อไปผมจะแปลงมูลค่ากำไรของผู้ถือหุ้นที่เกิดในอนาคตเหล่านี้ ย้อนกลับมาเป็นมูลค่าในปัจจุบัน ปัจจัยที่ต้องใช้ในการแปลงมูลค่าเงินในอนาคตกลับมาเป็นมูลค่าในปัจจุบันคือ ผลตอบแทนการลงทุนที่นักลงทุนพอใจ สำหรับผม หากไม่เิอาเงินมาลงทุนซื้อหุ้น ผมพอใจผลตอบแทนการลงทุนด้วยวิธีการอื่นที่อัตราผลตอบแทนเท่ากับอัตราดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate) ของธนาคารพาณิชย์ ข้อมูลจากเว็บธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า MLR เฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ไทยในขณะนี้อยู่ที่ 7.6081% ดังนั้นผมจะใช้ตัวเลขนี้ในการคิดลดมูลค่าเงินตามหลักการต่อไปนี้

  • หาค่าตัวหารมูลค่าเงิน = 1 + อัตราผลตอบแทนการลงทุนที่พอใจ = 1 + 0.076081  = 1.076081
  • เงินที่เกิดขึ้นในปีที่ n ข้างหน้า มีค่าเท่ากับ เงินนั้นหารด้วยตัวหารมูลค่าเงิน n ครั้ง เช่น เงิน 100 บาทที่เกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า มีค่าเท่ากับ 100 หารด้วย 1.076081 สองครั้ง หรือ  100/1.076081/1.076081 = 86.36 บาทในปัจจุบัน

ดังนั้น กำไรของผู้ถือหุ้นรายปีที่เกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้า ตามสมมุติฐานแนวโน้มรายได้สะสม 3 แบบจึงมีมูลค่าในปัจจุบันดังตารางข้างล่าง



สรุป
  • มูลค่าปัจจุบันของ Quadratic Owner's earnings ที่เกิดในปีที่ 10 มีค่า 143.01 ล้านบาท รวม 10 ปี มีค่า 1,316.34 ล้านบาท
  • มูลค่าปัจจุบันของ Linear Owner's earnings ที่เกิดในปี่ที่ 10 มีค่า 35.45 ล้านบาท รวม 10 ปี มีค่า 504.13 ล้านบาท
  • มูลค่าปัจจุบันของ Saturated Owner's earnings ที่เกิดในปีที่ 10 มีค่า 4.20 ล้านบาท รวม 10 ปี มีค่า 54.09 ล้านบาท
===================================================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลร
ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)


ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

ชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE 2012Q2 คาดการณ์กำไรของผู้ถือหุ้นในอนาคต

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE รวมงบการเงิน 2012Q2 สกัดได้ ข้อมูลปัจจัยพื้นฐานแบบสะสมในช่วงปี 2007 - ปัจจุบัน ตลอดจนได้ ความสัมพันธ์ระหว่างรายได้สะสมและกำไรของผู้ถือหุ้นสะสม ซึ่งสะท้อน "ธรรมชาติของกิจการ" แล้ว ต่อไปผมจะคาดการณ์ว่า ใน 40 ไตรมาส (10 ปี) ข้างหน้า กิจการ JUBILE น่าจะมีแนวโน้มรายได้อย่างไร โดยกำหนดไตรมาสที่ผ่านมาแล้วเป็นเลขจำนวนเต็มที่เป็นลบ ไตรมาสล่าสุดเป็นไตรมาสที่ 0 ส่วนไตรมาสในอนาคตเป็นเลขจำนวนเต็มที่เป็นบวก และรายได้สะสมมีแนวโน้มตามสมมุติฐานสามแบบคือ


  • รายได้สะสมเติบโตแบบเส้นโค้งงอนขึ้น ซึ่งใช้วิธีการทางสถิติ "quadratic regression" วิเคราะห์ข้อมูลรายได้สะสมในอดีตพบว่า เป็นไปตามสมการ (ล้านบาท)

    Quadratic cumulative revenues = [ 7.278*(quarter^2) ] + [ 288.763*(quarter) ] + 4093.149 สมการนี้สามารถใช้แทนข้อมูลจริงในอดีตได้ด้วยความมั่นใจ 99.97%
  • รายได้สะสมเติบโตแบบเส้นตรง ซึ่งใช้วิธีการทางสถิติ "linear regression" วิเคราะห์ข้อมูลรายได้สะสมในอดีตพบว่า เป็นไปตามสมการ (ล้านบาท) Linear cumulative revenues = [ 208.7093*(quarter) ] + 3959.73 สมการนี้สามารถใช้แทนข้อมูลจริงในอดีตได้ด้วยความมั่นใจ 98.84%
  • รายได้สะสมอิ่มตัวแทบไม่มีการเติบโตเลย กำหนดให้เป็นไปตามสมการ (ล้านบาท) Saturated cumulative revenues = (previous quarter's cumulative revenues)*1.005


     เมื่อลองแทนค่าไตรมาสที่มีข้อมูลอยู่แล้วด้วยค่า -10 ถึง 0 และไตรมาสในอนาคตด้วยค่า 1 ถึง 40 ในสมการทั้งสามสมมุติฐาน จะได้ตัวเลขรายได้สะสมออกมาดังคอลัมน์ที่ 3-5 ในตารางข้างล่าง ความเข้ากันไ้ด้ของรายได้สะสมตามสมมุติฐานเหล่านี้กับข้อมูลจริงในอดีต และลักษณะการเติบโตของรายได้สะสมในอนาคตสามารถดูได้จากกราฟข้างล่าง ซึ่งพบว่า ตัวเลขจากสมการเหล่านี้ทับกับค่าที่เกิดจริงในอดีตค่อนข้างดีครับ




     เมื่อได้ตัวเลขคาดการณ์รายได้สะสมใน 10 ปีข้างหน้าตามทั้งสามสมมุติฐานแล้ว ผมจึงแปลงค่ารายได้สะสมเหล่านั้นไปเป็นกำไรของผู้ถือหุ้นสะสม ด้วยสมการ (ดูรายละเอียด **ที่นี่** )


Cumulative owner's earnings = (0.0884 * Cumulative revenues) - 121.77


ได้ค่าตัวเลขกำไรของผู้ถือหุ้นสะสมดังคอลัมน์ 6-8 ในตารางข้างบน เมื่อพิจารณาคาดการณ์รายได้สะสมใน 10 ปีข้างหน้าโดยเอาค่ากำไรของผู้ถือหุ้นสะสมลบกันทุก ๆ 4 ไตรมาส จะได้กำไรของผู้ถือหุ้นรายปีดังนี้
  • Quadratic Owner's earnings ที่เกิดใน 10 ปีข้างหน้า (ล้านบาท)
    112.41 133.00 153.59 174.18 194.77 215.36 235.95 256.54 277.13 297.72
  • Linear Owner's earnings ที่เกิดใน 10 ปีข้างหน้า (ล้านบาท)
    73.81 73.81 73.81 73.81 73.81 73.81 73.81 73.81 73.81 73.81
  • Saturated Owner's earnings ที่เกิดใน 10 ปีข้างหน้า (ล้านบาท) 
    7.31  7.46  7.61  7.77  7.92  8.08  8.24  8.41  8.58  8.75
ค่าตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าที่เกิดขึ้น ณ แต่ละปีในอนาคต และเราจะต้องคิดลดลงมาเป็นมูลค่าปัจจุบันต่อไปครับ


===================================================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลร
ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)


ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Monday, August 13, 2012

ชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE 2012Q2 หาความสัมพันธ์ระหว่าง รายได้สะสม และกำไรของผู้ถือหุ้นสะสม

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น JUBILE รวมงบการเงิน 2012Q2 สกัดได้ ข้อมูลปัจจัยพื้นฐานแบบสะสมในช่วงปี 2007 - ปัจจุบัน แล้ว ต่อไปจะประเมินมูลค่าที่แท้จริงของกิจการว่า มูลค่าที่แท้จริงของ JUBILE ควรเป็นเท่าใด แตกต่างอย่างไรกับมูลค่า 2,463.71 ล้านบาท ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้นไตรมาส 2012Q2 การประเมินมูลค่าที่แท้จริงของกิจการจะเกี่ยวกับความเป็นมาของผลประกอบการในอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งคาดการณ์ผลประกอบการในอนาคต ปัจจัยพื้นฐานที่ผมใช้เชื่อมโยงผลประกอบการทั้งสามวาระดังกล่าวได้แก่ รายได้สะสมกับกำไรของผู้ถือหุ้นสะสม และรายได้สะสมกับเงินปันผลสะสม
     ในขั้นแรกผมจะใช้ข้อมูลในอดีตมาหาความสัมพันธ์ระหว่างรายได้และกำไรของผู้ถือหุ้น ด้วยวิธีการทางสถิติ "linear regression" ได้ออกมาเป็นสมการเส้นตรงดังนี้

Cumulative owner's earnings = (0.0884 * Cumulative revenues) - 121.77

ผมคาดว่า สมการดังกล่าวสามารถใช้แทน "ธรรมชาติของกิจการ" ของ JUBILE ได้ด้วยความมั่นใจ 88.41% เมื่อลองแทนค่ารายได้สะสมลงในสมการเส้นตรงนี้ จะได้ค่ากำไรของผู้ถือหุ้นสะสมดังในคอลัมน์ทางขวาสุดของตาราง และความใกล้เคียงระหว่างข้อมูลผลประกอบการจริง (จุดสีดำ) และสมการ "ธรรมชาติของกิจการ" (เส้นสีแดง) สามารถดูได้จากกราฟข้างล่างครับ




===================================================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลร
ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)


ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"