Showing posts with label [BANPU]. Show all posts
Showing posts with label [BANPU]. Show all posts

Monday, August 22, 2011

BANPU ได้ปรับฐานลงมาถึงแนวรับสำคัญที่ 656 บาทแล้ว ถ้ารับอยู่จะย้อนกลับไปทดสอบ 868 บาท ถ้าไม่อยู่ ไป 500 บาท


 

กราฟรายสัปดาห์ของ BANPU แสดงการปรับฐานราคาที่ดำเนินมากว่า 8 เดือน บัดนี้ราคาหุ้นได้ลดลงมาจนถึงแนวรับสำคัญ แถว ๆ 656 บาท และเป็นแนวต้านซึ่งแข็งแกร่งมากของปี 2010 ที่ต้องใช้เวลากว่า 8 เดือนจึงฝ่าไปได้ นอกจากที่ระดับนี้ จะเป็นแนวต้านสำคัญของปีที่แล้ว และเป็นแนวรับสำคัญของปีนี้ ราคาหุ้นยังถูกทุบลงมาแตะเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 สัปดาห์ (SMA100W) บริเวณ 656 บาทพอดีอีกด้วย (ก่อนที่จะเด้งกลับไปปิดที่ 658 บาท) เมื่อพิจารณาสัญญาณ RSI พบว่า ได้ลดลงเหลือ 35.67% เข้าเขตขายมากเกินไป (oversold) แล้ว ถ้าราคาหุ้นสามารถยืนเหนือระดับ SMA100W นี้ได้ น่าจะเป็นการสิ้นสุดการพักฐานในรอบนี้แล้วครับ แต่หากหลุดแนวเส้นนี้ลงไป แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาท ตรงกับเส้น SMA200W และแนวต้านเดิมของปี 2008 ก่อนวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ในความเห็นส่วนตัวของผมคิดว่าไม่น่าจะหลุดลงไปถึงระดับนั้นได้ครับ 

จากการพิจารณากราฟหุ้นหลายตัวในการปรับฐานราคาหลาย ๆ ครั้ง ผมสังเกตได้ว่าก่อนการพุ่งทะยานขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ราคาหุ้นจะต้องพยายามฝ่าแนวต้านที่มักจะเป็นจุดสูงสุดเดิมของรอบก่อนด้วยการทดสอบหลายครั้ง เมื่อผ่านขึ้นไปได้จะพุ่งแรงและทำจุดสูงสุดใหม่ จากนั้นจะซึมยาวลงมาจนถึงจุดแนวต้านเดิมที่เพิ่งฝ่าพ้นมาได้ แล้วจึงจะสามารถขึ้นไปใหม่อีกครั้ง ในกราฟข้างบน หลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ราคาหุ้นได้ไต่ระดับย้อนขึ้นไปสู่ระดับก่อนวิกฤติอย่างรวดเร็วตลอดปี 2009 เมื่อผ่านจุดสูงสุดรอบก่อนที่ราคา 500 บาทไปได้ไม่นาน ก็ขึ้นไปสู่ระดับ 656 บาท แล้วจึงย้อนลงมาพักที่ 500 บาทและไต่ไปวิ่งเหยาะ ๆ อยู่กับที่ ณ 656 บาทอยู่หลายเดือนกว่าที่จะผ่านไปได้ ทำให้ระดับราคา 656 บาท กลายเป็นแนวต้านสำคัญที่จะต้องย้อนกลับมาแวะก่อนอีกครั้งในอนาคต หลังจากผ่านแนวต้านสำคัญนั้นมาได้ ราคาหุ้นได้พุ่งไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 868 บาท เมื่อปลายปี 2010 ก่อนจะซึมลงยาว 8 เดือนจนลงมาแตะระดับแนวต้านสำคัญเก่า หรือเป็นแนวรับสำคัญใหม่ที่ระดับ 656 บาทในปัจจุบัน ข้อคิดสำหรับนักลงทุนที่มีวงเงินมาร์จิ้นซึ่งสามารถยืมเงินจากโบรกเกอร์มาซื้อหุ้นได้คือ เมื่อหุ้นสามารถฝ่าแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้ควรเข้าซื้อตามน้ำด้วยเงินกู้แล้วปล่อยให้วิ่งจนขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ (จุดนี้สังเกตได้บริเวณปลายปี 2010 ปริมาณซื้อขายค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ขณะที่ราคาหุ้นเคลื่อนออกด้านข้าง แล้วทันใดนั้นก็มีปริมาณซื้อขายเข้ามาเป็นสองเท่าของสัปดาห์ก่อน พร้อมกับการพุ่งทำราคาสูงสุดใหม่ ตรงกับที่คุณวิชัย  วชิรพงศ์ บอกไว้ว่า วอลลุ่มพีค  ราคาพีค) เมื่อเกิดสัญญาณ พีค ดังกล่าวแล้ว เราควรขายหุ้นในส่วนที่ใช้เงินกู้มาซื้อที่ระดับราคาตั้งแต่แนวต้านสำคัญเดิม (656 บาท) ขึ้นไป เก็บส่วนที่ซื้อมาด้วยราคาต่ำกว่านี้เอาไว้เป็นทุนเพื่อกินปันผล จากนั้นจึงรอให้หุ้นซึมลงมาถึงแนวรับสำคัญซึ่งก็คือแนวต้านสำคัญของรอบก่อนหน้า จึงเข้าสะสมหุ้นเพิ่มเติมอีกครั้ง ตามแผนการลงทุนนี้ เราจะสามารถเข้าซื้อหุ้นเมื่อผ่านแนวต้านสำคัญไปได้เป็นจำนวนมากกว่าเงินสดที่มีอยู่ด้วยเงินกู้ (มีดอกเบี้ย) ขายส่วนที่ได้มาใหม่ดังกล่าวเมื่อสังเกตเห็น วอลลุ่มพีค ราคาพีค (ต้องเห็น ไม่งั้นพัง) เมื่อเห็นสัญญาณแล้วก็ขายส่วนเกินใช้หนี้ดอกเบี้ย และเก็บกำไรที่เหลือเป็นเงินสดรอโอกาสซึมลงมาแตะแนวรับสำคัญเพื่อเข้าซื้อสะสมในหุ้นตัวนี้อีกครั้ง หรือเอาเงินไปลงตัวใหม่ที่อาจจะมีโอกาสงาม ๆ มาในระหว่างรอน้ัน สำหรับหุ้นบ้านปู การซึมลงมาหาแนวรับสำคัญหรือแนวต้านสำคัญเดิมที่ 656 บาทนี้ใช้เวลา 8 เดือนแล้ว หากนักลงทุนไม่ขายทำกำไรตอนวอลลุ่มพีค ราคาพีค ก็จะมีภาระดอกเบี้ยจากเงินกู้มาร์จิ้นมากพอสมควร และเสียโอกาสการมีเงินสดเพื่อนำมาลงทุนเพิ่มเติมอีกด้วย
เพื่อนนักลงทุนควรสังเกตลักษณะการพักฐานราคาของหุ้นตัวอื่น ๆ อีกจะเห็นแนวโน้มความเป็นไปคล้ายหุ้นบ้านปู ตัวอย่างเช่นการพักฐานของ CK (ดูที่นี่) เป็นต้นครับ


====================================================================
ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่    facebook.com/thstockinvest    twitter.com/thstockinvest 

เรียนรู้การดูกราฟหุ้นทางเทคนิคได้ที่ Free Stock Technical Analysis Tutorial

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น

เก็บความรู้ลงกล่อง " ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา"

Wednesday, December 22, 2010

BANPU หุ้นในดวงใจ ซึ่งมีพฤติกรรมเด้งเชือกที่ SMA25W

ผมหวนระลึกถึงหุ้น BANPU ที่เมื่อประมาณ 10 ปีก่อนผมเคยซื้อไว้จำนวนหนึ่งที่ราคาประมาณ 20 บาท ถืออยู่เป็นปี ราคาไม่ไปไหนเลยจึงขายออกไปและไม่ได้สนใจอีกเลย มาพบอีกทีราคาหลายร้อยบาทแล้ว ตอนนั้นจะซื้อหรือขายหุ้นตัวไหนไม่มีหลักการหรือความรู้หนุนหลังแต่อย่างใดทั้งสิ้น จากการที่คุณวิชัย วชิรพงศ์ ได้กรุณาแนะนำว่า ให้ลงทุนกับ "หุ้นในดวงใจ" โดยมองหาหุ้นที่ราคาเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณซื้อขายลดลง ซึ่งแสดงว่ามีคนต้องการหุ้นมาก ซื้อเก็บไว้แล้วไม่ปล่อยออกมาหมุนเวียนในตลาด ในปัจจุบันผมมาสังเกตกราฟราคารายสัปดาห์ของ BANPU แล้วเห็นว่าเข้าข่ายหุ้นในดวงใจ เลยนำมาตั้งเป็นข้อสังเกตในโพสต์นี้ครับ ผมคิดว่านักลงทุนทุกคนย่อมทราบดีว่า BANPU เป็นหุ้นถ่านหินอันดับหนึ่งของไทยซึ่งน่าลงทุนมาก แต่ติดอยู่ที่ราคาระดับ 800 บาท ซึ่งคนส่วนมากคิดว่าแพงมาก แต่ถ้าหารด้วย 30 จะเห็นว่าราคานี้คิดเป็นดอลลาร์ก็เพียงแค่ 26 USD เท่านั้น ในสายตาฝรั่งไม่แพงเลย (ราคาหุ้น Google ตอนนี้อยู่ที่ 600 USD)

(คลิกภาพเพื่อขยาย)

จากกราฟจะสามารถแบ่งความเป็นไปของราคาหุ้น BANPU ได้เป็นสองช่วงคือ ก่อนและหลังวิกฤติซับไพรม์ (ประมาณกลางปี 2008) ในช่วงแรก BANPU มีพฤติกรรมเหมือนหุ้นขาขึ้นทั่ว ๆ ไป คือราคาเพิ่มขึ้นพร้อมกันกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น ในช่วงนี้จะเห็นว่าสัญญาณ RSI จะอยู่เหนือระดับ 50% โดยตลอด (กรอบสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินอันแรก) ระหว่างการไต่ขึ้นของราคาพบว่ามีการพักฐานเป็นระยะ โดยการพักฐานจะสิ้นสุดลงเมื่อราคาหุ้นลงมาแตะเส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ (SMA25W) หลังเกิดวิกฤตซับไพรม์ ราคาหุ้นดิ่งลงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคาประมาณ 120 บาทเมื่อประมาณเดือนกันยายน 2008 ที่จุดนี้ RSI มีค่าต่ำกว่า 30% ซึ่งแสดงว่าได้มีการขายหุ้นออกมากเกินไปแล้วอย่างมาก สังเกตได้จากปริมาณการซื้อขายที่สูงมาก ในช่วงเดียวกันนี้ สัญญาณ MACD ซึ่งติดลบอย่างมากได้ตัดกันแบบขาขึ้นแสดงถึงจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวรอบใหม่ ต่อมาเมื่อต้นปี 2009 ราคาของ BANPU ได้ตัดผ่าน SMA25W และ SMA50W ตามลำดับ ประมาณเดือนพฤษภาคม 2009 SMA25W ก็ได้ตัดกับ SMA50W แบบขาขึ้น เป็นจุดมั่นใจซึ่งยืนยันขาขึ้นระยะยาวของ BANPU จากจุดนั้นเป็นต้นมาราคาหุ้นได้ไต่ระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ สลับกับการพักฐานด้วยการเด้งเชือกที่เส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ ทั้งหมด 5 ครั้ง ในระหว่างการไต่ระดับของราคาในรอบนี้จะสังเกตได้ว่าปริมาณการซื้อขายของ BANPU มีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ แสดงว่าคนที่ซื้อหุ้น BANPU ได้แล้วจะกอดหุ้นเอาไว้ไม่ขายออก จนปริมาณหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดมีน้อยลงเรื่อย ๆ พร้อมกันกับราคาที่เพิ่มขึ้น ลักษณะแบบนี้คุณวิัชัย วชิรพงศ์บอกว่าราคาหุ้นจะยังเพิ่มขึ้นไปได้อีกมาก เมื่อดูสัญญาณ RSI พบว่าช่วงหลังวิกฤตซับไพรม์จะมีระดับเหนือ 50% มาโดยตลอด จากพฤติกรรมการเด้งเชือกที่ผ่านมา ท่านที่กำลังมองหาหุ้นชั้นเยี่ยมไว้ลงทุนระยะยาวจะมีจังหวะการเข้าซื้อ BANPU แบบเสี่ยงน้อยที่จุดเด้งเชือก SMA25W ถัดไป ที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงราคาระหว่าง 700 - 900 บาท จับตาให้ดีครับ

===========================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่ facebook.com/thstockinvest twitter.com/thstockinvest

เรียนรู้การดูกราฟหุ้นทางเทคนิคได้ที่ Free Stock Technical Analysis Tutorial

หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา  ชำแหละพื้นฐานหุ้น