Showing posts with label [.Stock Clues]. Show all posts
Showing posts with label [.Stock Clues]. Show all posts

Tuesday, October 9, 2012

หุ้น INTUCH ลงทุนถูกเวลา ?


     ผมได้เคย [ ชำแหละหุ้น INTUCH ] แล้วพบว่า มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น มีค่าใกล้เคียงกับราคาตลาด แสดงว่า ตลาดกำลังอยู่ในสภาวะ "มีประสิทธิภาพ" การลงทุนในหุ้นที่กำลังอยู่ในสภาวะนี้จึงต้องพิจารณาปัจจัยทางเทคนิคประกอบด้วยครับ แนวทางการลงทุนที่ผมถือปฏิบัติเป็นไปตามคำขวัญ "ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด" ถามว่า ถ้าต้องการลงทุนในหุ้น INTUCH โดยที่รู้แล้วว่า มูลค่าที่แท้จริง ก็คือมูลค่าตลาด ไม่มีส่วนลดใด ๆ เพิ่มเติมกว่านี้อีก การเข้าลงทุนในตอนนี้เป็นการ "ลงทุนถูกเวลา" หรือไม่? ผมไม่ตอบคำถามประเภทนี้นะครับ แต่ให้เพื่อนนักลงทุนพิจารณาภาพข้างล่างแทนครับ



===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

หุ้น ADVANC ลงทุนถูกเวลา ?

     ผมได้เคย [ ชำแหละหุ้น ADVANC ] แล้วพบว่า มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น มีค่าใกล้เคียงกับราคาตลาด แสดงว่า ตลาดกำลังอยู่ในสภาวะ "มีประสิทธิภาพ" การลงทุนในหุ้นที่กำลังอยู่ในสภาวะนี้จึงต้องพิจารณาปัจจัยทางเทคนิคประกอบด้วยครับ แนวทางการลงทุนที่ผมถือปฏิบัติเป็นไปตามคำขวัญ "ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด" ถามว่า ถ้าต้องการลงทุนในหุ้น ADVANC โดยที่รู้แล้วว่า มูลค่าที่แท้จริง ก็คือมูลค่าตลาด ไม่มีส่วนลดใด ๆ เพิ่มเติมกว่านี้อีก การเข้าลงทุนในตอนนี้เป็นการ "ลงทุนถูกเวลา" หรือไม่? ผมไม่ตอบคำถามประเภทนี้นะครับ แต่ให้เพื่อนนักลงทุนพิจารณาภาพข้างล่างแทนครับ



===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Sunday, April 15, 2012

ข้อมูลการลงทุนฟรีที่ห้องสมุดมารวย สุดยอดวิสัยทัศน์ผู้บริหาร ตลท.

ผมเคยโพสต์เกี่ยวกับการติดตามสถานการณ์การลงทุนในหุ้นไทยว่า ตลาดไทยเป็นตลาดที่เล็กมาก ความเป็นไปของหุ้นบ้านเราจึงถูกกำหนดทิศทางโดยนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก ดังนั้นการเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ข้อนี้ผมเพิ่งเห็นความสำคัญแบบจริงจังเมื่อไม่นานมานี้ และแม้ว่าข้อมูลการซื้อขายของต่างชาติจะมีให้บริการผ่านโบรกเกอร์บางแห่งและผ่านบริการข้อมูล SET Smart ของตลาดหลักทรัพย์ แต่ข้อมูลเหล่านี้ก็สามารถย้อนหลังไปได้เพียง 3 - 5 ปี เท่านั้น แถมยังต้องเสียค่าบริการเป็นหลักหมื่นบาทต่อปีอีกด้วย ด้วยข้อจำกัดดังกล่าวทำให้ผมเริ่มเก็บข้อมูลด้วยตนเองเป็นกิจวัตรประจำ ดังที่ได้โพสต์แชร์ข้อมูลการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติทุก ๆ สิ้นวันทำการของตลาดมาได้ระยะหนึ่งแล้ว พร้อม ๆ กันนี้ ผมได้สืบค้นข้อมูลย้อนหลังผ่านทางกูเกิล เพื่อเก็บข้อมูลให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผมสามารถสืบค้นข้อมูลย้อนหลังไปทีละวันจนถึงปลายปี 2006 จากจุดนั้นไปจะหาข้อมูลได้ยากมากขึ้นตามลำดับ จนไม่สามารถย้อนหลังไปได้อีก เนื่องจากการแพร่ข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตยังไม่เป็นที่สะดวกรวดเร็วอย่างในทุกวันนี้นั่นเอง ระหว่างการสืบค้นนี้ ผมได้พบว่า การเก็บข้อมูลด้วยตนเองมีประโยชน์อย่างมาก คือทำให้เราได้ทราบบรรยากาศการลงทุน ในขณะเวลานั้น ๆ ไปด้วยโดยอัตโนมัติ ได้ข้อคิดและประสบการณ์เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว การสืบค้นของผมไปหยุดลงแถว ๆ บริเวณการปฏิวัติ คมช. ปลายปี 2006 เพราะไม่มีข้อมูลในอินเทอร์เน็ตที่เก่ากว่านั้น ข้อมูลที่ผมเก็บเป็นประจำทุกวันทำการของตลาดและย้อนหลังไปน้ันได้แก่ ระดับปิดของดัชนี SET และปริมาณการซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ดังตัวอย่างในกราฟข้างล่าง ข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมกรอบเวลาเพียงแค่การฟื้นตัวจากวิกฤติซับไพรม์เท่านั้น การใช้ประโยชน์ในการศึกษาความเคลื่อนไหวของทุนต่างชาติจึงจำกัดไปด้วย

2012-02-28 SET v.s. foreign holdings in recent two years

ไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมศูนย์สารสนเทศและความรู้มารวย (ห้องสมุดมารวย) ที่ชั้น 1 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ติดกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS จากสถานีพญาไท ไปลงสถานีอโศก แล้วต่อรถไฟใต้ดิน MRT ที่สถานีสุขุมวิท (หรือสถานีอโศกของ BTS) ไปอีกสถานีเดียวลงที่สถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผมไม่ได้จับเวลาการเดินทาง แต่คิดว่าใช้เวลาไม่น่าเกิน 20 นาที พอไปถึงถาม รปภ. หน้าตึกว่าห้องสมุดอยู่ไหน ปรากฏว่า อยู่หลังที่ รปภ. ยืนอยู่นั่นเอง เมื่อเข้าไปภายใน ผมตรงเข้าไปปรึกษาบรรณารักษ์ ว่าผมต้องการสืบค้นข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติย้อนหลังไปไกลกว่าปี 2006 ก็ได้รับคำแนะนำเป็นอย่างดี ว่า ข้อมูลที่ผมหา มีให้บริการสืบค้นผ่านคอมพิวเตอร์ภายในห้องสมุด ที่มีอยู่ประมาณ 30 เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านี้จะเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์และเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการลงทุนเท่านั้น และไม่สามารถบันทึกข้อมูลลงดิสก์หรือส่งข้อมูลออกผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ ส่วนข้อมูลที่ผมต้องการนั้นสามารถสืบค้นย้อนหลังไปได้เท่าที่ตลาดหลักทรัพย์มีข้อมูลอยู่โดยไม่มีข้อจำกัดย้อนหลัง 3 - 5 ปี เหมือนการซื้อบริการข้อมูลผ่าน SET Smart หรือผ่านโบรกเกอร์ (โบรกเกอร์ซื้อข้อมูลมาจากตลาดหลักทรัพย์อีกต่อหนึ่ง) การใช้บริการก็เพียงแค่นำบัตรประชาชนยื่นให้บรรณารักษ์เพื่อออก รหัสผ่าน แล้วเซ็นชื่อใช้บริการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ รหัสผ่าน 1 ใบ ใช้บริการได้ 3 ชั่วโมง เมื่อหมดแล้วก็ไปเซ็นชื่อขอใบใหม่ได้อีกทุก 3 ชั่วโมง สิ่งที่ต้องเตรียมไปก็คือ กระดาษและปากกา เมื่อได้รหัสผ่านแล้วก็ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งใน 30 เครื่องซึ่งกระจายอยู่ตามมุมต่าง ๆ ในห้องสมุดทั้งสองชั้นครับ ผมใช้เวลา 6 ชั่วโมงในวันนั้นเพื่อจด จด แล้วก็จด ข้อมูลที่หาไม่ได้ที่ไหนแล้วนอกจากที่นี่ แต่ก็สามารถย้อนหลังไปได้ถึงเพียงปลายปี 2005 ทำให้ต้องใช้เวลาอีก 6 ชั่วโมง ในวันต่อมาเพื่อย้อนไปถึงปลายปี 2003 เมื่อผมนำข้อมูลปริมาณหุ้นในมือนักลงทุนต่างชาติ กับระดับดัชนี SET มาวาดกราฟ ก็ได้ออกมาดังภาพข้างล่างครับ 


ภาพที่ออกมาทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนจากเส้นกราฟสีน้ำเงินว่า ปริมาณเงินทุนไหลเข้ารอบปัจจุบันเมื่อเทียบกับการไหลเข้าเมื่อกลางปี 2004 (หลังวิกฤติไข้หวัดนกครั้งแรกในประเทศไทย) แล้ว เรียกว่า เด็ก ๆ ไปเลย กล่าวคือ การไหลเข้าครั้งที่แล้วมีปริมาณรวมถึง สี่แสนล้านบาท ส่วนในรอบปัจจุบันเพิ่งเข้ามาได้เพียงประมาณสองแสนล้านบาทเท่านั้นครับ ทีนี้เราลองมาดูเฉพาะการเปลี่ยนแปลงปริมาณหุ้นในมือนักลงทุนต่างชาติเป็นรายวันว่าจะเห็นอะไรเพิ่มเติมบ้าง ผลการวาดกราฟที่ผมได้มาจากห้องสมุดมารวยเป็นดังภาพข้างล่างครับ


นับตั้งแต่ต้นปี 2004 เป็นต้นมา นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิภายในวันเดียวสูงสุด 15,361.99 ล้านบาท เมื่อต้นปี 2006 และขายสุทธิภายในวันเดียวสูงสุด 25,124.97 ล้านบาท เมื่อปลายปี 2006 โดยเฉลี่ยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยวันละ 127.72 ล้านบาท

ผมรับใช้มาถึงตรงนี้ เพื่อนนักลงทุนคงเห็นประโยชน์ของแหล่งข้อมูลที่ให้บริการฟรีของห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยบ้างแล้วนะครับ นอกจากบริการข้อมูลดังกล่าวแล้ว ยังมีบริการให้สมาชิกยืมหนังสือลงทุนซึ่งมีอยู่มากมาย ที่ออกใหม่จากต่างประเทศก็มีมาเพิ่มเติมตลอดเวลา เนื่องจากชั้นล่างของห้องสมุดมีห้องน้ำสะอาดบริการ มี WiFi ของทรูขาย โต๊ะนั่งมีที่เสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์ เปิดบริการ 8.30 ถึง 23.00 น. ทุกวัน วันศุกร์และเสาร์ปิดเที่ยงคืน ให้บริการไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จึงมีนักลงทุนและประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้บริการค่อนข้างมาก บ้างก็เข้าไปอ่านหนังสือพิมพ์ บ้างก็ไปติวหนังสือกัน ทีผมแปลกใจมากก็คือ อาแปะ อาซิ้ม อาม่า อากง เกือบทุกคนที่นั่งอยู่ในนั้นใช้ไอแพดเป็นกันหมด ผมพบนักลงทุนหลายคนนั่งอ่านหนังสือพิมพ์คุ้น ๆ ว่าเป็นรายใหญ่ระดับร้อยล้าน (ไม่กล้าทัก กลัวผิดคน) และยังมีโอกาสทักทายคุณบรรพต  ธนาเพิ่มสุข เอ็มเจรายการ GET SET แห่ง Money Channel ด้วย ผมตั้งใจจะสืบค้นข้อมูลย้อนหลังไปถึงอย่างน้อยก่อนวิกฤติต้มยำกุ้ง เพราะน่าจะได้ความรู้เพิ่มอีกมาก แต่สองวัน สิบสองชั่วโมงกับการจดข้อมูลก็ทำให้ผมต้องขอพักไปสักระยะหนึ่งก่อน ไว้มีโอกาสจะกลับไปทำภารกิจนี้ต่อครับ ภาพข้างล่างเป็นบรรยากาศภายในห้องสมุดมารวยที่ผมแอบถ่ายมาฝากเพื่อนนักลงทุนครับ

บรรยากาศชั้นล่างของห้องสมุดมารวย

คอมพิวเตอร์สืบค้นข้อมูลที่ชั้นล่างของห้องสมุดมารวย

คอมพิวเตอร์สืบค้นข้อมูลที่ชั้นบนของห้องสมุดมารวย


===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

Tuesday, March 20, 2012

ปรับมุมมอง กราฟปริมาณเงินลงทุนในหุ้นไทยของนักลงทุนต่างประเทศ


ในปัจจุบันนักลงทุนต่างประเทศยังคงสะสมหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ดังรูปข้างล่าง ซึ่งเป็นข้อมูล ณ สิ้นวันที่ 20 มีนาคม 2012 และเนื่องจากปริมาณเงินลงทุนได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับก่อนวิกฤติซับไพรม์แล้ว ผมจึงปรับมุมมองช่องแนวโน้มในกราฟมูลค่าเงินลงทุนในหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติใหม่ ให้มีความชันสอดคล้องกันทั้งบริเวณก่อนวิกฤติ (ทางซ้ายของกราฟ) และบริเวณระหว่างการฟื้นตัว (ทางขวาของกราฟ) ผมใช้จุดไข่ปลาสีดำสร้างเป็นช่องแนวโน้มเฉียงขึ้น พบว่า เข้ากันได้ดีพอสมควรกับการเคลื่อนไหวของเงินลงทุนต่างประเทศ จากนั้นผมลากเส้นแนวนอน ไปยังบริเวณที่กราฟเส้นสีน้ำเงินมีการกลับตัวไปมา ซึ่งเป็นบริเวณที่ต่างชาติเคยนำเงินมาลงทุนในหุ้นไทยสูงสุดก่อนเกิดวิกฤติ ผมกำหนดให้เส้นแนวนอนเหล่านี้มีสี ชมพู เขียว น้ำเงิน แดง ตามลำดับ ต่อไปจึงเล็งทิศทางซึ่งเส้นกราฟสีน้ำเงินจะเคลื่อนขึ้นมาตัดเส้นแนวนอน และเส้นแนวเฉียงต่าง ๆ ที่วาดเอาไว้แล้ว ณ บริเวณที่มีโอกาสเกิดการตัดกันของเส้นกราฟสีน้ำเงินกับเส้นแนวโน้มต่าง ๆ ผมสร้างเป็นจุดวงกลมสีชมพู เขียว น้ำเงิน แดง ตามลำดับ 


จากกราฟข้างบนพบว่า เหลืออีก 10,320.80 ล้านบาท ก็จะชนจุดสีชมพู แต่เนื่องจากจุดสีชมพูเป็นจุดตัดกับเส้นแนวนอนเพียงเส้นเดียว ไม่ได้ตัดเส้นแนวเฉียงไปพร้อมกัน ดังนั้นจึงเป็นแนวต้านที่ไม่แข็งแรงมากเกินไปที่จะผ่านไปได้ ส่วนจุดสีเขียว น้ำเงิน และแดง เป็นจุดตัดทั้งเส้นแนวนอนและแนวเฉียงจึงยากมากกว่าที่จะผ่านไปได้ อย่างไรก็ตามในระยะใกล้ี ผมสนใจเฉพาะจุดสีชมพูก่อน ที่เหลือยังอีกไกลครับ

===================================================
ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Monday, March 19, 2012

ปริมาณเงินทุนต่างชาติในหุ้นไทย อีกประมาณหมื่นล้านจะชนแนวต้านสำคัญ


ผมอัพเดตมูลค่าหุ้นไทยที่ถือโดยนักลงทุนต่างประเทศ ณ สิ้นวันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2012 ซึ่งจะเห็นจากรูปข้างล่างว่า ได้ทะลุผ่านขอบบนของช่องแนวโน้มขาขึ้นเดิมซึ่งตรงกับระดับแนวต้าน 1 ดอกจันทน์ ไปแล้ว 21,078.47 ล้านบาท และได้ผ่านระดับแนวต้าน 2 ดอกจันทน์ ไปแล้ว 3,349.56 ล้านบาท ยังเหลืออีก 11,638.33 ล้านบาทจะถึงระดับแนวต้านสำคัญ 3 ดอกจันทน์ ครับ จากนี้ไปก็ เฝ้าระวังให้ดีครับ



===================================================
ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Tuesday, March 13, 2012

อัพเดตปริมาณเงินลงทุนในหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ ถึงวันที่ 12 มีนาคม 2012


ผมอัพเดตมูลค่าหุ้นไทยที่ถือโดยนักลงทุนต่างประเทศ ณ สิ้นวันจันทร์ที่ 12 มีนาคม 2012 ซึ่งจะเห็นจากรูปข้างล่างว่า ได้ทะลุผ่านขอบบนสีเขียวของช่องแนวโน้มขาขึ้นซึ่งตรงกับระดับแนวต้าน 1 ดอกจันทน์ ไปแล้ว 9,262.11 ล้านบาท เหลืออีก 8,466.80 ล้านบาทจะถึงระดับแนวต้าน 2 ดอกจันทน์ และ 32,716.80 ล้านบาทจะถึงระดับแนวต้าน 3 ดอกจันทน์ ครับ ผมยังคงบอกตัวเองต่อไปครับว่า "เตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมทุน"




===================================================
ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Monday, March 5, 2012

อัพเดตมูลค่าหุ้นไทยที่ถือโดยนักลงทุนต่างประเทศ ณ สิ้นวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2012


ผมอัพเดตมูลค่าหุ้นไทยที่ถือโดยนักลงทุนต่างประเทศ ณ สิ้นวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2012 ซึ่งจะเห็นจากรูปข้างล่างว่า ได้ทะลุผ่านขอบบนสีเขียวด้านในของช่องแนวโน้มขาขึ้นซึ่งตรงกับระดับแนวต้าน 1 ดอกจันทน์ ไปแล้ว เหลืออีก 13,205.72 ล้านบาทจะถึงขอบบนสีเขียวด้านนอกซึ่งตรงกับระดับแนวต้าน 2 ดอกจันทน์ครับ ต่อไปนี้เป็นคำที่ผมบอกตัวเองนะครับ "เตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมทุน"

2012-03-02 Foreign holdings of Thai shares

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

Thursday, March 1, 2012

มูลค่าหุ้นไทยในมือต่างชาติทะลุแนวต้านแรก มุ่งหน้าสู่แนวต้านถัดไป


ผมอัพเดต สถานะการถือหุ้นไทยของนักลงทุนต่างประเทศ ณ สิ้นวันที่ 1 มีนาคม 2012 ตามรูปข้างล่างครับ แนวต้านขอบบนด้านใน (เส้นแดง 1 ดอกจันทน์) ได้ถูกแทงทะลุแล้วครับ หุ้นในมือต่างชาติได้เลยระดับนั้นมาแล้ว 1,424.15 ล้านบาท แนวต้านถัดไปคือระดับเส้นแดง 2 ดอกจันทน์ ถัดขึ้นไปอีก 18,872.13 ล้านบาทครับ จับตาให้ดีครับ


ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างกราฟข้างบน คลิกที่นี่ ครับ 


===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "