Showing posts with label [.Reverse head and shoulders]. Show all posts
Showing posts with label [.Reverse head and shoulders]. Show all posts

Monday, December 15, 2014

The moment of truth for cumulative foreign investment's reversed head and shoulders chart pattern. 15th December 2014.

After the close of 15 December 2014, SET index has been corrected quite deeply in a single day. In the view of commulative foreign investment, the chart has been pulled down to a support line which has been broken out recently. If the foreign investor would stop selling at this level, the chart would still be in a pattern of reversed head and shoulders waiting for a new breakout. If things would be in opposite direction this chart pattern would be spoiled. We are now at the pivotal moment of truth.

fb/thstockinvest 



Short URL =  http://bit.ly/1uI81Wi

บริการดูกราฟหุ้นตามสั่ง คลิก! ]

==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน เพิ่มพูนกระแสเงินสด

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

ค้นหาในเฟซบุ๊ค "thstockinvest"
ค้นหาในกูเกิล "ลงทุนหุ้นไทย thstockinvest" 


Wednesday, November 19, 2014

Foreign fund flow into SET continues.




Short URL =   http://bit.ly/1yR3nsG

บริการดูกราฟหุ้นตามสั่ง คลิก! ]

==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน เพิ่มพูนกระแสเงินสด

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

ค้นหาในเฟซบุ๊ค "thstockinvest"
ค้นหาในกูเกิล "ลงทุนหุ้นไทย thstockinvest" 

Thursday, November 6, 2014

Reverse head and shoulders pattern is almost completed in cumulative foreign investment in SET daily chart.





Short URL =  http://bit.ly/1z0r4iV

บริการดูกราฟหุ้นตามสั่ง คลิก! ]

==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน เพิ่มพูนกระแสเงินสด

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

ค้นหาในเฟซบุ๊ค "thstockinvest"
ค้นหาในกูเกิล "ลงทุนหุ้นไทย thstockinvest" 

Monday, November 12, 2012

"Trick or Treat !" ช่วงเวลาแห่งการเผชิญความเป็นจริงของดัชนี SET

     แม้ว่าจะผ่านเทศกาลฮาโลวีนไปแล้ว แต่บรรยากาศตลาดหุ้นไทยยังออกแนวหลอกหลอน จะขึ้นก็ไม่ขึ้น จะลงหนัก ๆ ก็ไม่ลง บ้างก็ว่า เป็น triple top ชี้ไปที่ 1250 จุด บ้างก็ว่า หลังเลือกตั้งอเมริกา ไม่ว่าใครชนะ หุ้นก็จะวิ่ง บ้างก็กังวล fiscal cliff ต่าง ๆ นานา แต่ละแนวล้วนมีเหตุผลน่ารับฟัง ผมลองตัดประเด็นกังวลต่าง ๆ เหล่านั้นออกไป แล้วดูกราฟดัชนี SET ด้วยมุมมองทางเทคนิคล้วน ๆ เปิดดูกราฟรายวันของดัชนี SET ระยะสองปี แล้วขีดเขียนเส้นทางเทคนิคต่าง ๆ ลงไป สิ่งแรกที่ผมเห็นคือ ช่องแนวโน้มขาขึ้นซึ่งเริ่มมาตั้งแต่น้ำท่วมปี 2011 มาจนถึงปัจจุบัน วาดเป็นช่องสีน้ำเงิน ซึ่งมีเส้นตรงสีชมพูเป็นแกนกลางของช่องแนวโน้ม หากพิจารณาการเคลื่อนไหวของดัชนี SET ภายในช่องแนวโน้มสีน้ำเงิน เริ่มจากตอนน้ำท่วมใหญ่เดือนตุลาคมปี 2011 ดัชนีปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดที่ประมาณ 850 จุด แล้ววิ่งไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ จนทำจุดสูงสุดใหม่ที่ประมาณ 1250 จุด ช่วงเดือนพฤษภาคม 2012 จุดต่ำสุด สูงสุดดังกล่าวได้กำหนดขอบเขตความกว้างของช่องแนวโน้มสีน้ำเงินดังภาพข้างล่าง 



     เมื่อแบ่งช่องแนวโน้มสีน้ำเงินนี้ออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กันด้วยเส้นตรงสีชมพู จะพบว่า เส้นกึ่งกลางช่องแนวโน้มถูกใช้เป็นจุดพักตัวของดัชนีทั้งตอนไต่ราคาขึ้นไปและตอนปรับฐานลงมา ตัวอย่างเช่น ตลอดช่วงเดือนตุลาคม 2011 ถึง มกราคม 2012 ที่มีปัญหาน้ำท่วม เส้นสีชมพูทำหน้าที่เป็นแนวต้าน ทำให้ดัชนี SET ไถลไปตามความลาดชันของเส้นดังกล่าว จากนั้นจึงพุ่งแรงขึ้นเปลี่ยนผ่านขึ้นไปอยู่ในช่องแนวโน้มครึ่งบน เมื่อชนขอบบนของช่องแนวโน้มสีน้ำเงินแล้ว เกิดการพักปรับฐานลงมา ดัชนีก็ได้ลงมาหยุดอยู่ที่เส้นสีชมพูในช่วงสงกรานต์ปี 2012 แล้วย้อนกลับไปชนขอบบนของช่องแนวโน้มสีน้ำเงินอีกครั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2012 เหตุการณ์ ณ จุดนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการชนขอบบนของช่องแนวโน้มสีน้ำเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการชนแนวต้านระยะยาว (long-time resistance) เส้นสีดำในภาพข้างบน จึงยากมากที่จะทะลุผ่านขึ้นไปได้ง่าย ๆ  ทำให้ดัชนีปรับฐานจาก ประมาณ 1250 จุด ลงมาประมาณ 1100 จุด จากจุดนี้ไป ดัชนี SET เคลื่อนไหวอยู่แต่ในครึ่งล่างของช่องแนวโน้มสีน้ำเงินเท่านั้น โดยไถลไปกับขอบล่างของช่องแนวโน้ม ระหว่างนี้ได้ลงมาทดสอบเส้นขอบล่างของช่องแนวโน้มสีน้ำเงิน อีก 4 ครั้ง และครั้งสุดท้ายกำลังทดสอบขอบล่างของช่องแนวโน้มที่ระดับ 1290 จุดอยู่ในขณะปัจจุบัน ถ้าวางเส้นตรงสีดำทับลงไปที่ขอบล่างของช่องแนวโน้มสีน้ำเงิน รวมเส้น long-time resistance เป็น 2 เส้น ทั้งสองเส้นทำมุมกันเป็นสามเหลี่ยมรูปลิ่มเฉียงขึ้นไปทางขวา ยิ่งระดับดัชนี SET เคลื่อนเข้าไปใกล้ปลายลิ่มเท่าใด จะเกิดการทดสอบแนวเส้นทั้งสองบ่อยขึ้นเท่านั้น ลักษณะเช่นนี้บ่งชี้ว่า ดัชนี SET ถึงเวลาต้องเลือกแล้วว่า จะฝ่าเส้นดำบนขึ้นไปให้ได้ หรือจะถอดใจหลุดเส้นดำล่างลงมา ออกแนว "Trick or Treat !!" เจ้าของบ้านเลือกเอาว่า จะหาขนมมาเลี้ยงเหล่าปีศาจน้อยที่มาเคาะประตูบ้านแต่โดยดี หรือจะให้ลงไม้ลงมือหลอกหลอนจนหัวโกร๋น ในคืนวันฮาโลวีน มีให้เลือกแค่สองอย่างนี้เท่านั้น สถานการณ์ในช่วงนี้ (ดูวงกลมสีชมพู) เข้าข่ายคืนวันฮาโลวีนแล้วครับ ไม่ว่าจะออกจากปลายลิ่มที่ด้านบนหรือด้านล่าง ก็มีโอกาสออกแรงทั้งสองทาง ก่อนจะจบเรื่องราวเกี่ยวกับภาพข้างบน ผมฝากข้อสังเกตไว้อีกประการด้วยเส้นร่างสีเขียวที่คล้าย ๆ จะเป็น reverse head and shoulders ขนาดใหญ่ ครอบคลุมระยะเวลาประมาณ 1 ปี ครึ่งที่ผ่านมา ผมดูคร่าว ๆ จากรูปมีความสูงจากหัวถึงเส้นคอประมาณ 1175-850 = 325 จุด ชี้เป้าไปที่ประมาณ 1315 + 325 = 1640 จุด เป็นไปได้หรือไม่ เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ครับ ด้วยกรอบเส้นทางเทคนิคยังคงเหมือนกับในภาพข้างบน ผมขยายมาดูกราฟเฉพาะในช่วง 10 เดือนมานี้ ออกมาดังภาพข้างล่าง ซึ่งจะเห็นว่าทางขวาสุดของกราฟดู ๆ ไปก็คล้ายกับ reverse head and shoulders ขนาดจิ๋ว ที่มีไหล่ขวา ฟอร์มตัวไปได้ครึ่งเดียว หากระยะนี้ดัชนี SET ไม่หลุด 1290 จุดลงไป แต่สามารถขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1315 ได้อีกครั้ง รูปกราฟ reverse head and shoulders จะครบสมบูรณ์ทันที และโอกาสที่จะทะลุผ่านเส้นดำบน long-time resistance ขึ้นไปได้มีค่อนข้างมาก ถ้าผ่าน 1315 จุดขึ้นไปได้จริง ท้องฟ้าข้างบนก็จะโล่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนครับ




===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"


Friday, October 19, 2012

ราคาหุ้น JAS เคลื่อนเข้าใกล้ขอบบนของช่องแนวโน้มขาขึ้น

     ผมติดตามการวิ่งของราคาหุ้น JAS หลังจากที่ทำจุดสูงสุดใหม่เกิน 4 บาท ขึ้นมาได้ด้วยเครื่องมือทางเทคนิคได้แก่ ช่องแนวโน้มราคาหุ้น รูปแบบการฟื้นตัวของราคาหุ้น และ Fibonacci retracement เทคนิคแรกผมวาดเส้นตรงเป็นเส้นประสีน้ำเงินเชื่อมต่อจุดต่ำของราคาในกราฟรายสัปดาห์ จากนั้นวาดเส้นตรงที่มีความชันเท่ากันเพิ่มขึ้นมาอีกสองเส้น เ้ส้นแรกเอาไปวางไว้ด้านบนให้ลากผ่านจุดสูงสุดเดิมแถว ๆ ราคา 4 บาท เส้นที่สอง เอาไปวางไว้กึ่งกลางระหว่างสองเส้นที่วางไปก่อนหน้า ได้เป็นช่องแนวโน้มราคาหุ้นขาขึ้นดังในภาพข้างล่าง จะเห็นได้ว่า ราคาหุ้น JAS ได้เลื่อนจากช่องแนวโน้มย่อยล่างมาอยู่ในช่องแนวโน้มย่อยบน และกำลังมุ่งหน้าไปชนขอบด้านบนของช่องแนวโน้ม ซึ่งอยู่ที่ระดับประมาณ 5.2 บาท



เทคนิคที่สอง ผมเคยโพสต์เอาไว้แล้ว [ ที่นี่ ] ซึ่งรูปแบบกราฟหัวและไหล่กลับด้านชี้ไปยังเป้าหมาย 5.60 บาท ส่วนเทคนิคที่สาม คือ เป้าหมาย Fibonacci ที่ระดับ 5.48 บาท ดูรายละเอียดได้ [ ที่นี่ ] ครับ

ย้อนไปอ่านโพสต์เกี่ยวกับ JAS ทั้งหมดได้ที่ [ http://goo.gl/V1CbL ]

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)


ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"


 facebook.com/truestockvalue

 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น

Saturday, September 29, 2012

ติดตามหุ้น JAS ผ่านกราฟรายสัปดาห์และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 2 ปี

     ผมติดตามหุ้น JAS ผ่านมุมมองกราฟรายสัปดาห์ โดยการลากเส้นประสีเขียวเชื่อมจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา จากนั้นลากเส้นขนานกันไปผ่านจุดสูงสุดของปี 2011 แ้ล้ววาดอีกเส้นไว้กึ่งกลางระหว่างสองเส้นแรกได้ออกมาเป็นช่องแนวโน้มขาขึ้นที่ดูมีเหตุผลดีทีเดียว ในภาพจะเห็นว่าราคาหุ้นได้เปลี่ยนผ่านจากช่องย่อยด้านล่างไปอยู่ในช่องเล็กด้านบนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กำลังทดสอบแนวต้านหลักที่เป็นจุดสูงสุดเดิมในปี 2011 เส้นสีเขียวบนสุดบ่งชี้ว่ายังมีที่ว่างให้ไปชนขอบบนของช่องแนวโน้มได้อีกพอสมควร ในขณะที่ MACD และ RSI ยังไม่เกิดสภาวะซื้อมากเกินไปครับ จากภาพจะเห็นว่าหุ้น JAS รายสัปดาห์ได้เคยใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 104 สัปดาห์ หรือสองปี (เส้นสีเหลือง) เป็นจุดสิ้นสุดการพักปรับฐานเมื่อปลายปี 2011 หลังจากที่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในช่วงต้นปีครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Wednesday, September 19, 2012

ภาพหลุด การแอบเก็บหุ้น JAS

     ผมได้เคยหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้น JAS และสรุปสั้น ๆ เอาไว้ช่วยตัดสินใจในการลงทุน [ ที่นี่ ] ล่าสุดมูลค่าที่แท้จริงของ JAS อยู่ในช่วง JAS(10-15) = (2.74-3.28) สำหรับกรณีที่ขายกิจการออกไปทั้งหมด ณ สิ้นปีที่ 10 จากนี้ไป ด้วยราคา 10-15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นของปีนั้น ขณะนี้ ราคาตลาดของ JAS ได้เกินมูลค่าที่แท้จริงตามสมมุติฐานดังกล่าวไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ด้วยฟ้าลิขิต (นโยบาย ICT ของรัฐบาล และบรรยากาศการลงทุนโดยรวมในขณะนี้) การเก็งกำไรหุ้นตัวนี้ยังคงมีอยู่อย่างหนาแน่น ไม่นานมานี้ผมได้พาเพื่อนนักลงทุนดูกราฟหุ้นของ JAS พบว่า กำลังเกิด [ รูปกราฟ reverse head and shoulders ] รอวันทะลุออกไป
     ในวันนี้ผมสังเกตเห็นการเข้าสะสมหุ้นของนักลงทุน (อาจจะเกิดหลายวันแล้วแต่ผมเพิ่งเห็นวันนี้) โดยการตั้งเสนอขายที่ 3.88 บาท 10 ล้านหุ้น และเสนอซื้อที่ราคา 3.86 บาท 3 แสนกว่าหุ้น ปริมาณเสนอซื้อเสนอขายต่างกัน 30 เท่า ดูเผิน ๆ เหมือนมีคนอยากขายหุ้นจำนวนมาก มีคนอยากซื้อนิดเดียว แต่ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ มีคนขายออกมาที่ 3.86 บาท ในปริมาณหลักพัน-หมื่นหุ้น เรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง คนที่รับซื้อก็ทยอยได้หุ้นไปเรื่อย ๆ โดยราคาหุ้นไม่ขยับไปไหน อันนี้เป็นเทคนิคการหลอกเก็บหุ้นที่เห็นได้อย่างชัดเจน เพราะคิดในมุมกลับ ถ้าเขาอยากขายมากถึง 10 ล้านหุ้น ทำไมไม่เทออกมาเลยที่ราคา 3.86 ห่างกันเพียง 2 สตางค์ แสดงว่าจริง ๆ แล้วเขาอยากเก็บมากกว่า เลยตั้ง offer ไว้มหาศาล แต่ตั้ง bid ไว้ทีละน้อย แอบเก็บของไปเรื่อย ๆ ก่อนนั่นเองครับ ผมจับภาพมาให้ดูเป็นตัวอย่างข้างล่างครับ (ดูกรอบเน้นสีชมพู)


===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผล
ระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Sunday, September 9, 2012

เป้าหมาย reverse head and shoulders ของหุ้น STPI

     ผมชำแหละพื้นฐานหุ้น STPI รวมงบการเงิน 2012Q2 จนได้ [ มูลค่าที่แท้จริง ] ในช่วง 61.55 - 73.11 บาทต่อหุ้น ตั้งแต่หุ้น STPI ได้ [ ฉีกตัวออกจากผืนธงสามเหลี่ยมและทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 30 บาทขึ้นมาได้สำเร็จ ] แล้วไต่ระดับขึ้นมาจนถึงย่าน 40 บาทในปัจจุบัน เมื่อมองกราฟราคาหุ้น ณ วันศุกร์ที่ 7 กันยายน 2012 ผมสังเกตเห็นรูปแบบกราฟลักษณะ reverse head and shoulders หรือ หัวและไหล่กลับด้าน ดังรูปข้างล่างครับ 



     ในกราฟ ผมวัดความสูงจากปลายหัวถึงเส้นคอดังแสดงด้วยเส้นแนวตั้งสีส้มมีลูกศร แล้ววาดเส้นแนวตั้งสีส้มอีกอันหนึ่งที่เหมือนกับเส้นจากปลายหัวถึงระดับคอดังกล่าว เอาไปวางจากระดับคอขึ้นไปด้านบนของรูป ปลายเส้นด้านบนจะตกอยู่ที่ระดับ 56 บาท ดังนั้นระดับราคานี้จึงเป็นเป้าหมายของรูปกราฟหัวและไหล่กลับด้านที่เพิ่งฟอร์มตัวครบสมบูรณ์ในขณะนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับ [ เป้าหมายตามทฤษฎี Fibonacci ที่ผมเคยโพสต์ไปก่อนหน้านี้ ] จะตรงกับระดับ Fibonacci 55.20 $ บาท ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกันมากครับ โปรดสังเกตว่า ทั้งเป้าหมาย reverse head and shoulders และ Fibonacci แถว ๆ 55 - 56 บาท ยังมีค่าต่ำกว่าขอบล่างของช่วงมูลค่าที่แท้จริง 61.55 บาทอยู่พอสมควร เมื่อดูสัญญาณ MACD พบว่าระดับ MACD ในปัจจุบันยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เคยทำไว้ในอดีต (เส้นแนวนอนสีส้มในช่อง MACD) และสุดท้ายผมดูปริมาณซื้อขายว่าจะมีโอกาสช่วยหนุนนำให้ราคาหุ้นไปสู่เป้าหมายได้หรือไม่ พบว่าปริมาณซื้อขายเริ่มมีเข้ามามากขึ้น แต่ถ้าเทียบกับปริมาณซื้อขายในอดีตช่วงที่มีการทำ new high ครั้งก่อน ๆ จะเห็นว่า ปริมาณซื้อขายควรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของปัจจุบันครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ ( เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผล

ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด )

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Wednesday, September 5, 2012

เป้าหมาย reverse head and shoulders ของ JAS

     ผมได้พาเพื่อนนักลงทุนหา [ มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น JAS ] ได้ออกมาในช่วง 2.37 - 2.82 บาท เมื่อติดตามความเป็นไปของราคาหุ้นผ่านกราฟรายสัปดาห์ดังภาพข้างล่าง พบว่า ราคาหุ้นได้สร้างรูปแบบกราฟ reverse head and shoulders หรือรูปหัวและไหล่กลับด้าน เมื่อวัดระยะความสูงจากหัวถึงคอ แล้วเอาไปวาดเส้นแนวตั้งจากคอขึ้นไปจะไปตกที่ราคา 5.6 บาท จะเห็นได้ว่าราคาหุ้น JAS ได้เกินมูลค่าที่แท้จริงมาค่อนข้างมากแล้ว (เป้าหมาย 5.6 บาท สูงกว่าขอบบนของมูลค่าที่แท้จริง 2.82 บาทถึงสองเท่า) 
     จากนี้ไปจึงต้องระมัดระวังติดตามปัจจัยทางเทคนิคอย่างใกล้ชิด จนกว่าผลประกอบการจะดีขึ้นอย่างมากจากยอดขายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่อาจจะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากนโยบาย ICT และนโยบายการศึกษาของรัฐบาล ซึ่งจะต้องสะท้อนออกมาในงบการเงินงวดต่อ ๆ ไป จึงจะทำให้มูลค่าที่แท้จริงขยับสูงขึ้นไปตามความคาดหวังของนักลงทุนที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้วครับ

 


ทางลัดมาที่หน้านี้ [ http://goo.gl/sTqW8 ]

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ ( เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผล

ะหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด )

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"


หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"