Showing posts with label [.1st priority]. Show all posts
Showing posts with label [.1st priority]. Show all posts

Wednesday, May 28, 2014

ปรับมูลค่ากิจการของ JAS ตามงบการเงิน สิ้นสุดไตรมาส 2014Q1

     เมื่องบการเงินสิ้นสุดปี 2013 ของ JAS ประกาศออกมา ผมได้เคยพาเพื่อนนักลงทุนทำการประเมินมูลค่าของกิจการ ซึ่งได้โพสต์ไว้ที่ [ http://bit.ly/MoQQKU ] บัดนี้ งบการเงินไตรมาสแรก 2014Q1 ของ JAS ได้ออกมาแล้ว ผมจะพาเพื่อนนักลงทุนมาอัพเดตมูลค่ากิจการของ JAS จากงบการเงินที่ประกาศออกมาใหม่นี้กันครับ ข้อมูลถึงสิ้นปี 2013 เราสรุปมูลค่ากิจการของ JAS ได้ดังภาพข้างล่าง












เพียงสามเดือนผ่านไป ผลประกอบการไม่น่าจะเปลี่ยนไปมากนัก ดังนั้นผมจึงไม่ทำการประเมินแนวโน้มต่าง ๆ ใหม่ การทำเช่นนั้นผมจะรอทำตอนงบสิ้นปี 2014 ออกมาจะดีกว่า ในตอนนี้ผมแค่ปรับปรุงตัวเลขเฉพาะสิ่งที่เปลี่ยนไปซึ่งสามารถหาได้จากงบการเงินโดยตรง ในที่นี้คือ จำนวนหุ้นของบริษัท (share outstanding) และส่วนของผู้ถือหุ้น (present equity) ผมทำการดาวน์โหลดงบการเงินล่าสุดจาก [ http://bit.ly/1nutu7L ] เปิดไฟล์ excel ดูที่ งบแสดงฐานะการเงิน (balance sheet) ได้ค่า ส่วนของผู้ถือหุ้น 13,309.32 ล้านบาท ในขณะที่จำนวนหุ้นของ JAS ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น ผมจึงเพียงแค่เปลี่ยนค่าส่วนของผู้ถือหุ้นในภาพข้างบน ทำให้ได้มูลค่ากิจการใหม่ของ JAS เท่ากับ 64,803.42 ล้านบาท หรือหุ้นละ 9.08 บาท ดังภาพข้างล่าง จะเห็นได้ว่า 3 เดือนผ่านไป มูลค่าของกิจการเพิ่มขึ้นเพียงหุ้นละ 12 สตางค์ครับ ถ้าเอาตามการประเมินมูลค่ากิจการแบบที่ผมพาทำนี้ มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น JAS จะมากกว่าราคาหุ้น 7.90 บาท ณ วันที่ 28 พ.ค. 2014 อยู่พอสมควร สมมุติถ้าลงทุนวันนี้ แล้วราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าของกิจการจะมีผลตอบแทนการลงทุน 9.08/7.90 = 1.1494 หรือ 14.94% สมมุตินะครับ สมมุติ ไตรมาสหน้าเรามาปรับมูลค่ากิจการกันใหม่อีกทีครับ












Short URL =  http://bit.ly/1k2UyqX

เข้าออกหุ้นตามแรงซื้อแรงขาย ระบบ WTBMS ช่วยตัดสินใจ ไม่ใช้อารมณ์ ! ]
==============================

ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน เพิ่มพูนกระแสเงินสด

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

ค้นหาในเฟซบุ๊ค "WTBMS"

ค้นหาในกูเกิล "WTBMS" 


ปรับมูลค่ากิจการของ CK ตามงบการเงิน สิ้นสุดไตรมาส 2014Q1

     เมื่องบการเงินสิ้นสุดปี 2013 ของ CK ประกาศออกมา ผมได้เคยพาเพื่อนนักลงทุนทำการประเมินมูลค่าของกิจการ ซึ่งได้โพสต์ไว้ที่ [ http://bit.ly/1fv78Zkบัดนี้ งบการเงินไตรมาสแรก 2014Q1 ของ CK ได้ออกมาแล้ว ผมจะพาเพื่อนนักลงทุนมาอัพเดตมูลค่ากิจการของ CK จากงบการเงินที่ประกาศออกมาใหม่นี้กันครับ ข้อมูลถึงสิ้นปี 2013 เราสรุปมูลค่ากิจการของ CK ได้ดังภาพข้างล่าง












เพียงสามเดือนผ่านไป ผลประกอบการไม่น่าจะเปลี่ยนไปมากนัก ดังนั้นผมจึงไม่ทำการประเมินแนวโน้มต่าง ๆ ใหม่ การทำเช่นนั้นผมจะรอทำตอนงบสิ้นปี 2014 ออกมาจะดีกว่า ในตอนนี้ผมแค่ปรับปรุงตัวเลขเฉพาะสิ่งที่เปลี่ยนไปซึ่งสามารถหาได้จากงบการเงินโดยตรง ในที่นี้คือ จำนวนหุ้นของบริษัท (share outstanding) และส่วนของผู้ถือหุ้น (present equity) ผมทำการดาวน์โหลดงบการเงินล่าสุดจาก [ http://bit.ly/HYB8UG ] เปิดไฟล์ excel ดูที่ งบแสดงฐานะการเงิน (balance sheet) ได้ค่า ส่วนของผู้ถือหุ้น 16,866.66 ล้านบาท ในขณะที่จำนวนหุ้นของ CK ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น ผมจึงเพียงแค่เปลี่ยนค่าส่วนของผู้ถือหุ้นในภาพข้างบน ทำให้ได้มูลค่ากิจการใหม่ของ CK เท่ากับ 64,868.84 ล้านบาท หรือหุ้นละ 39.25 บาท ดังภาพข้างล่าง จะเห็นได้ว่า 3 เดือนผ่านไป มูลค่าของกิจการเพิ่มขึ้นเพียงหุ้นละ 1 สตางค์ครับ ถ้าเอาตามการประเมินมูลค่ากิจการแบบที่ผมพาทำนี้ มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น CK จะมากกว่าราคาหุ้น 20.10 บาท ณ วันที่ 28 พ.ค. 2014 เกือบสองเท่า ! สมมุติถ้าลงทุนวันนี้ แล้วราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าของกิจการจะมีผลตอบแทนการลงทุน 39.25/20.10 = 1.9527 หรือ 95.27% สมมุตินะครับ สมมุติ ไตรมาสหน้าเรามาปรับมูลค่ากิจการกันใหม่อีกทีครับ












Short URL =  http://bit.ly/1irnTao

บริการดูกราฟหุ้นตามสั่ง คลิก! ]


==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน เพิ่มพูนกระแสเงินสด

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

ค้นหาในเฟซบุ๊ค "thstockinvest"
ค้นหาในกูเกิล "ลงทุนหุ้นไทย thstockinvest"

Friday, February 28, 2014

การหามูลค่ากิจการของหุ้น CK จากงบการเงิน สิ้นสุดปี 2013

หลังจากการประกาศผลประกอบการประจำปี 2013 ผมชำแหละงบการเงินของหุ้น CK และสกัดตัวเลขที่น่าสนใจจากงบการเงินมาสรุปเป็นตารางดังภาพข้างล่าง



จากตัวเลขเหล่านี้ผมอยากทราบว่า หากผมต้องการเป็นเจ้าของหุ้น CK ผมควรจ่ายเงินซื้อในราคาเท่าใด มูลค่าของกิจการนี้ควรเป็นเท่าไร จากความรู้เบื้องต้นตามหลักการบัญชี เราทราบว่า สินทรัพย์ เท่ากับ หนี้สิน บวกส่วนของเจ้าของ เราจ่ายเงินซื้อกิจการเพื่อให้ได้มาซึ่ง "ส่วนของเจ้าของ" และหวังว่า ส่วนของเจ้าของจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต และยังหวังเงินปันผลที่จะได้รับในอนาคตอีกด้วย ตามปกติแล้วมูลค่าของเงินที่เราจะได้รับในอนาคตเมื่อคิดเป็นมูลค่าในปัจจุบันจะมีค่าน้อยลงเรื่อย ๆ ตามความห่างระหว่างปัจจุบันและอนาคตที่เรากำลังพิจารณา ดังนั้นเงินที่เราจะได้รับในอนาคตที่ยาวไกลเกิน 10 ปีข้างหน้าจึงมีมูลค่าน้อย สามารถตัดทิ้งไปได้ และมูลค่าของกิจการจึงหาได้จาก

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

การสกัดข้อมูลจากงบการเงินทำให้เราทราบ "ส่วนของเจ้าของ" ในปัจจุบันแล้ว แต่มูลค่าส่วนของเจ้าของและเงินปันผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 10 ปีข้างหน้านั้นเราไม่สามารถทราบแน่ชัดว่าจะออกมาอย่างไร จึงได้แต่ประเมินจากแนวโน้มของผลประกอบการในอดีตย้อนหลังไป 5 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไม่เก่าเกินไปนัก ดังนั้นเพื่อที่จะดูแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต เราจะดูจากตัวเลขส่วนของเจ้าของและเงินปันผลสะสมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาดังพื้นที่สีเหลืองในตารางข้างล่าง



ผมคาดว่า CK น่าจะเติบโตแบบเอ็กซ์โพเนนเชียลเนื่องจากการขยายตัวของงานก่อสร้างและกิจการสาธารณูปโภคของบริษัทย่อย ดังนั้น ส่วนของเจ้าของ และเงินปันผลที่จะเกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้า ก็ควรจะเติบโตแบบเดียวกัน จากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี พบว่า แนวโน้มส่วนของเจ้าของกิจการ CK เป็นไปตามสมการ

y = (4890.96032881339)*(1.00067958866418)x

โดยที่สมการนี้มีความสอดคล้องกับข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี 79.56 % ดังภาพข้างล่าง



สำหรับแนวโน้มเงินปันผลสะสมที่น่าจะได้จากกิจการ CK เป็นไปตามสมการ

y = (757.902478063753)*(1.00058279178132)x

โดยที่สมการนี้มีความสอดคล้องกับข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี 98.72 % ดังภาพข้างล่าง





















เมื่อนำมูลค่าส่วนของเจ้าของ และเงินปันผลสะสมประจำปีต่าง ๆ ในอนาคต หักลบด้วยข้อมูลของปีก่อนหน้า จะได้มูลค่าส่วนของเจ้าของและเงินปันผลที่เกิดขึ้นเฉพาะในปีนั้น ๆ ออกมา ซึ่งเมื่อแปลงมูลค่าเงินที่เกิดขึ้นในแต่ละปีในอนาคตมาเป็นมูลค่าเงินในปัจจุบัน โดยใช้อัตราผลตอบแทนการลงทุนตามอัตราดอกเบี้ย  MLR เฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ไทยที่ 7.4125 % จะได้มูลค่าปัจจุบันของส่วนของเจ้าของและเงินปันผลของแต่ละปีในอนาคตดังในตารางข้างล่าง รวมเป็นมูลค่าส่วนของเจ้าของที่จะเกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้า 36,687.05 ล้านบาท และรวมมูลค่าเงินปันผลที่จะเกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้า 11,315.13 ล้านบาท



เมื่อนำเอามูลค่าส่วนของเจ้าของและเงินปันผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมารวมกับมูลค่าส่วนของเจ้าของล่าสุดที่ได้จากงบการเงิน 16,840.59 ล้านบาท จะได้มูลค่ากิจการรวมทั้งสิ้น 64,842.77 ล้านบาท หากหารด้วยจำนวนหุ้น 1,652.59 ล้านหุ้นจะได้มูลค่ากิจการของหุ้น CK เท่ากับ 39.24 บาทต่อหุ้น ราคานี้ว่ากันตามข้อมูลในงบการเงินและความคาดหมายการเจริญเติบโตของกิจการแบบเอ็กโพเนนเชียล ส่วนราคาซื้อขายจริงในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนอาจเพิ่มค่าพรีเมี่ยมหรือค่าความนิยมให้กับหุ้นได้อีกหากพวกเขาเห็นว่า หุ้นได้รับความนิยมและทำกำไรได้ดี ในทางตรงกันข้ามราคาซื้อขายในตลาดอาจจะต่ำกว่านี้หากนักลงทุนเห็นว่าในช่วงนี้หุ้นไม่เป็นที่นิยมในการลงทุน











Short URL =  http://bit.ly/1fv78Zk


Sunday, February 16, 2014

การหามูลค่ากิจการของหุ้น JAS จากงบการเงิน สิ้นสุดปี 2013

หลังจากการประกาศผลประกอบการประจำปี 2013 ผมชำแหละงบการเงินของหุ้น JAS และสกัดตัวเลขที่น่าสนใจจากงบการเงินมาสรุปเป็นตารางดังภาพข้างล่าง



จากตัวเลขเหล่านี้ผมอยากทราบว่า หากผมต้องการเป็นเจ้าของหุ้น JAS ผมควรจ่ายเงินซื้อในราคาเท่าใด มูลค่าของกิจการนี้ควรเป็นเท่าไร จากความรู้เบื้องต้นตามหลักการบัญชี เราทราบว่า สินทรัพย์ เท่ากับ หนี้สิน บวกส่วนของเจ้าของ เราจ่ายเงินซื้อกิจการเพื่อให้ได้มาซึ่ง "ส่วนของเจ้าของ" และหวังว่า ส่วนของเจ้าของจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต และยังหวังเงินปันผลที่จะได้รับในอนาคตอีกด้วย ตามปกติแล้วมูลค่าของเงินที่เราจะได้รับในอนาคตเมื่อคิดเป็นมูลค่าในปัจจุบันจะมีค่าน้อยลงเรื่อย ๆ ตามความห่างระหว่างปัจจุบันและอนาคตที่เรากำลังพิจารณา ดังนั้นเงินที่เราจะได้รับในอนาคตที่ยาวไกลเกิน 10 ปีข้างหน้าจึงมีมูลค่าน้อย สามารถตัดทิ้งไปได้ และมูลค่าของกิจการจึงหาได้จาก

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

การสกัดข้อมูลจากงบการเงินทำให้เราทราบ "ส่วนของเจ้าของ" ในปัจจุบันแล้ว แต่มูลค่าส่วนของเจ้าของและเงินปันผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 10 ปีข้างหน้านั้นเราไม่สามารถทราบแน่ชัดว่าจะออกมาอย่างไร จึงได้แต่ประเมินจากแนวโน้มของผลประกอบการในอดีตย้อนหลังไป 5 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไม่เก่าเกินไปนัก ดังนั้นเพื่อที่จะดูแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต เราจะดูจากตัวเลขส่วนของเจ้าของและเงินปันผลสะสมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาดังพื้นที่สีเหลืองในตารางข้างล่าง

















ผมคาดว่า JAS น่าจะเติบโตแบบเอ็กซ์โพเนนเชียลเนื่องจากการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้นเรื่่อย ๆ ในประเทศไทย ดังนั้น ส่วนของเจ้าของ และเงินปันผลที่จะเกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้า ก็ควรจะเติบโตแบบเดียวกัน จากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี พบว่า แนวโน้มส่วนของเจ้าของกิจการ JAS เป็นไปตามสมการ

y = (6366.49399811198)*(1.0004185627575)x

โดยที่สมการนี้มีความสอดคล้องกับข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี 95.40 % ดังภาพข้างล่าง



























สำหรับแนวโน้มเงินปันผลสะสมที่น่าจะได้จากกิจการ JAS เป็นไปตามสมการ

y = (425.394077760484)*(1.00091533866497)x

โดยที่สมการนี้มีความสอดคล้องกับข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี 98.52 % ดังภาพข้างล่าง


























เมื่อนำมูลค่าส่วนของเจ้าของ และเงินปันผลสะสมประจำปีต่าง ๆ ในอนาคต หักลบด้วยข้อมูลของปีก่อนหน้า จะได้มูลค่าส่วนของเจ้าของและเงินปันผลที่เกิดขึ้นเฉพาะในปีนั้น ๆ ออกมา ซึ่งเมื่อแปลงมูลค่าเงินที่เกิดขึ้นในแต่ละปีในอนาคตมาเป็นมูลค่าเงินในปัจจุบัน โดยใช้อัตราผลตอบแทนการลงทุนตามอัตราดอกเบี้ย  MLR เฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ไทยที่ 7.4125 % จะได้มูลค่าปัจจุบันของส่วนของเจ้าของและเงินปันผลของแต่ละปีในอนาคตดังในตารางข้างล่าง รวมเป็นมูลค่าส่วนของเจ้าของที่จะเกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้า 26,038.79 ล้านบาท และรวมมูลค่าเงินปันผลที่จะเกิดขึ้นใน 10 ปีข้างหน้า 25,455.30 ล้านบาท



เมื่อนำเอามูลค่าส่วนของเจ้าของและเงินปันผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมารวมกับมูลค่าส่วนของเจ้าของล่าสุดที่ได้จากงบการเงิน 12,469.25 ล้านบาท จะได้มูลค่ากิจการรวมทั้งสิ้น 63,963.34 ล้านบาท หากหารด้วยจำนวนหุ้น 7,137.39 ล้านหุ้นจะได้มูลค่ากิจการของหุ้น JAS เท่ากับ 8.96 บาทต่อหุ้น ราคานี้ว่ากันตามข้อมูลในงบการเงินและความคาดหมายการเจริญเติบโตของกิจการแบบเอ็กโพเนนเชียล ส่วนราคาซื้อขายจริงในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนอาจเพิ่มค่าพรีเมี่ยมหรือค่าความนิยมให้กับหุ้นได้อีกหากพวกเขาเห็นว่า หุ้นได้รับความนิยมและทำกำไรได้ดี ในทางตรงกันข้ามราคาซื้อขายในตลาดอาจจะต่ำกว่านี้หากนักลงทุนเห็นว่าในช่วงนี้หุ้นไม่เป็นที่นิยมในการลงทุน














Short URL =  http://bit.ly/MoQQKU

Inspiring investment hints. Click ! จุดประกายความคิดติดประเด็นการลงทุน คลิก! ]

==============================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน เพิ่มพูนกระแสเงินสด

มูลค่ากิจการ = ส่วนของเจ้าของ + มูลค่าปัจจุบันของ [ส่วนของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้รับระหว่างเป็นเจ้าของกิจการ 10 ปี]

ค้นหาในกูเกิล "ลงทุนหุ้นไทย thstockinvest"