Showing posts with label [.Financial statement]. Show all posts
Showing posts with label [.Financial statement]. Show all posts

Thursday, November 29, 2012

คลิปสอน การหามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ ตามแบบวอร์เรน บัฟเฟตต์

     ผมบังเอิญไปพบคลิปสอนการหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้น โดยการแกะรอยจากคำพูดที่บัฟเฟตต์ เคยกล่าวไว้ในโอกาสต่าง ๆ เชิญศึกษาดูได้เลยครับ




Short URL = http://goo.gl/srZLe

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

กิจการโตเร็วหรือช้า แค่ไหน ให้ดูที่การเปลี่ยนแปลงของ book value


     วันนี้ผมได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากมายจริง ๆ จากการค้นพบ คลิปสอนลงทุนโดยบังเอิญ จัดว่าเป็นลาภลอยก็ไม่ผิดนัก หลังจากดูคลิปชุดนี้ไปสักพัก ก็ เกิดอาการ "ตาสว่าง" หายเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าง่วงเหงาหาวนอน จากการทำงานมาทั้งวัน คลิปข้างล่าง มีชื่อเกี่ยวกับ ROE ก็จริง แต่เนื้อหาอธิบายให้เราเข้าใจ book value ของกิจการอย่างลึกซึ้ง ดูจบสามารถใช้การเปลี่ยนแปลงค่าของ book value ตัดสินว่ากิจการเติบโตช้าเร็วอย่างไร ลองศึกษาดูกันได้เลยครับ




Short URL = http://goo.gl/45NTe

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

อย่าคำนวณ ROE แบบผิวเผิน กันถูกหลอกด้วยการหัก "กู๊ดวิลล์" และ "สินทรัพย์ไม่มีตัวตน" ออกก่อนเสมอ

     ปัจจัยพื้นฐานสำคัญอันหนึ่งที่นักลงทุนควรใช้ในการส่องดูศักยภาพของกิจการที่กำลังสนใจเข้าลงทุนคือ อัตราส่วน ROE หรือ return on equity ซึ่งตามปกติแล้วจะหาได้จาก กำไรที่กิจการสร้างขึ้นได้ (return) หารด้วย ส่วนของผู้ถือหุ้น (equity) พูดง่าย ๆ แบบบ้าน ๆ ROE คือ ตัวชี้วัดว่า กิจการสามารถสร้างกำไรคิดเป็นกี่เปอร์เซนต์ของเงินที่ผู้ถือหุ้นเอามาลงทุน เงินที่ผู้ถือหุ้นเอามาลงทุนนี้มีชื่อเรียกอยู่หลายชื่อ บ้างก็เรียก book value (มูลค่าทางบัญชี) บ้างก็เรียก net asset value (มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ) บ้างก็เรียก equity (ทุน) ชื่อเรียกอันสุดท้ายนี้บ่งบอกว่า เงินที่ผู้ถือหุ้นเอามาลงทุนหาได้จากการเอา assets (สินทรัพย์) ลบออกด้วย liabilities (หนี้สิน) ตามหลักการพื้นฐานทางบัญชีที่ว่า สินทรัพย์เท่ากับหนี้สินบวกทุน นั่นเอง 
     แต่ช้าก่อน ถ้าท่านดูแค่นี้ท่านอาจจะถูกหลอกได้ เนื่องจากในบางกิจการ มูลค่าสินทรัพย์อาจจะมีสิ่งที่เรียกว่า กู๊ดวิลล์ (goodwill) และ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (intangible assets) แฝงอยู่ในนั้นด้วย สำหรับวอร์เรน บัฟเฟตต์แล้ว เขาจะหักกู๊ดวิลล์และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนออกจากสินทรัพย์ก่อน แล้วค่อยเอาไปคำนวณหา ROE เนื่องจากสินทรัพย์ลบหนี้สินอยู่ในตัวหารของ ROE ดังนั้นตัวหารที่หักกู๊ดวิลล์และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนออกแล้วจะมีค่าสูงกว่า ROE ปกติ และจะฉายให้เราเห็นศักยภาพของกิจการที่อาจจะดูไม่โดดเด่นอะไร เนื่องจาก ROE ที่มองอย่างผิวเผินไม่ได้มีค่ามากมายอะไร ดังนั้นเราจึงมีโอกาสเห็นความน่าลงทุนก่อนคนอื่นครับ ความรู้ใหม่ที่เล่ามานี้ ผมได้มาจากการชมคลิปอธิบายเรื่องเกี่ยวกับกู๊ดวิลล์ข้างล่าง เชิญเพื่อนนักลงทุนศึกษาดูเพิ่มเติมได้เลยครับ




Short URL = http://goo.gl/g3urm

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

คลิปอธิบาย "กำไรของผู้ถือหุ้น"

     วันนี้ผมบังเอิญได้ลาภจากการค้นคว้าหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ไปเจอคลิปอธิบายความหมายและการหาค่าของกำไรของผู้ถือหุ้น ทำให้ได้รู้ว่าที่ผมทำมานั้นถูกแล้ว ลองศึกษาดูกันได้เลยครับ




Short URL = http://goo.gl/14vZ2

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"

Monday, November 19, 2012

ชำแหละหุ้น HTECH รวมงบการเงิน 2012Q3


     ผมรวบรวมไฟล์งบการเงินของหุ้น HTECH ได้ถึงไตรมาส 2012Q3 เมื่อลงมือชำแหละดูปัจจัยพื้นฐาน ได้ค่ากำไรของผู้ถือหุ้นออกมาดังกราฟเส้นสีดำในภาพข้างล่าง จะเห็นว่า ผลประกอบการปี 2007-2009 มีกำไรของผู้ถือหุ้นสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ปี 2010 และ 2011 กำไรของผู้ถือหุ้นสะสมได้ลดลงเรื่อย ๆ จนมาฟื้นตัวขึ้นในขณะนี้ จุดข้อมูลทางขวาสุดรวมผลประกอบการเพียง 3 ไตรมาส ของปี 2012 หากรวมครบทั้งสี่ไตรมาสคาดว่าน่าจะมีค่ามากขึ้นไปอีก ดังนั้นอาจถือได้ว่า กำไรของผู้ถือหุ้นสะสม ณ สิ้นปี 2011 เป็นจุดต่ำสุด และเป็นจุดกลับตัวของกราฟเพื่อย้อนกลับไปสะสมกำไรของผู้ถือหุ้นอีกครั้งหนึ่งก็ไม่น่าจะผิดครับ จากข้อมูลเพียงเท่านี้ ผมยังมองไม่เห็นแนวโน้มกำไรของผู้ถือหุ้นเนื่องจากยังอยู่ในระยะเริ่มแรกของการฟื้นตัว ปัจจุบันมีการขยายการตลาดจากหัวกัด/เจาะผลิตภัณฑ์ฮาร์ดดิสก์ไปยังชิ้นส่วนยานยนต์ อีกทางหนึ่งซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มกำไรของผู้ถือหุ้นสะสมขึ้นไปได้อีกครับ



ในภาพข้างบน จุดดำประจำไตรมาส 2012Q2 (ลูกศรเขียว) น่าจะเป็นจุด "รู้งี้" ส่วนจะรู้งี้ไปอีกนานแค่ไหนต้องตามดูทุกไตรมาสจากนี้ไปครับ

URL สั้นของหน้านี้คือ http://goo.gl/15Cit

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"


Tuesday, November 13, 2012

ชำแหละหุ้น OFM รวมงบการเงิน 2012Q3

     ผมรวบรวมไฟล์งบการเงินของหุ้น OFM มาได้จึงลงมือชำแหละดูปัจจัยพื้นฐาน เนื่องจากเป็นหุ้นที่เพิ่งเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่นาน จึงมีจุดข้อมูลเพียง 4 จุด หลังจากผ่างบการเงิน สกัดปัจจัยพื้นฐานต่าง ๆ ออกมาแล้ว ผมพิจารณาค่า กำไรของผู้ถือหุ้น ได้ออกมาดังกราฟเส้นสีดำในภาพข้างล่าง จะเห็นว่า ในปี 2010 ซึ่งเป็นปีแรกที่ OFM เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ค่ากำไรของผู้ถือหุ้นได้ขึ้นไปเกิน 100 ล้านบาท (จุดข้อมูลที่สองในกราฟ) แต่ในปีถัดมา ได้ดิ่งลงไปจนติดลบเล็กน้อย แล้วฟื้นกลับคืนมาอย่างแข็งแกร่งในปี 2012 ซึ่งจุดข้อมูลทางขวาสุดรวมผลประกอบการเพียง 3 ไตรมาส หากรวมครบทั้งสี่ไตรมาสคาดว่าน่าจะมีค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไปอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นอาจถือได้ว่า กำไรของผู้ถือหุ้นสะสม ณ สิ้นปี 2011 เป็นจุดต่ำสุด และเป็นจุดกลับตัวของกราฟเพื่อย้อนกลับไปสะสมกำไรของผู้ถือหุ้นอีกครั้งหนึ่งก็ไม่น่าจะผิดครับ จากข้อมูลเพียงเท่านี้ ผมยังมองไม่เห็นแนวโน้มกำไรของผู้ถือหุ้นเนื่องจากมีข้อมูลน้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม กิจการนี้เป็นกิจการแรกที่ดำเนินการขายปลีกสินค้าในออฟฟิศทางอินเตอร์เน็ต และกำลังทำการควบรวมกับ อีกสองบริษัทจากเครือเซ็นทรัลเพื่อเพิ่มขนาดทุนจดทะเบียนให้มากพอที่จะย้ายจากตลาด MAI ไปอยู่ในตลาด SET ต่อไป โอกาสเติบโตจึงยังมีอีกมากมาย แม้ไม่รู้มูลค่าหุ้นที่แท้จริง แต่การลงทุนจากจุดกลับตัวของกราฟกำไรของผู้ถือหุ้นเป็นต้นไปก็ดูน่าสนใจไม่น้อยครับ



ในภาพข้างบน จุดดำประจำไตรมาส 2012Q1 (ลูกศรเขียว) น่าจะเป็นจุด "รู้งี้" ส่วนจะรู้งี้ไปอีกนานแค่ไหนต้องตามดูทุกไตรมาสจากนี้ไปครับ

Short URL http://goo.gl/QU6h7

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

ค้นหา "ลงทุนหุ้นไทย"

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น"




Sunday, September 30, 2012

กำไรของผู้ถือหุ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และเงินลงทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของกิจการ คืออะไร ?

     มีเพื่อนนักลงทุนถามผมมาว่า capital spending ที่ผมใช้ในการชำแหละหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้น คืออะไร ? หาอย่างไร ผมคิดว่า เพื่อนอีกหลายท่านคงจะสงสัยเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เลยขอนำมาอธิบายให้หายสงสัยพร้อม ๆ กันดังนี้ครับ 
     ทุกท่านอาจเคยได้ยินสำนวนการลงทุนที่ว่า ในการประกอบธุรกิจนั้น "Cash is King." สำนวนนี้เปรียบเทียบว่า เงินสดมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด กิจการที่มีกำไรแต่เงินสดขาดมือ ก็มีสิทธิ์ล้มละลายเอาได้ง่าย ๆ ดังนั้นบริษัทใดประกอบกิจการแล้วมีกำไรและมีกระแสเงินสดไหลเข้ากิจการอย่างต่อเนื่องก็มีโอกาสมากที่กิจการนั้นกำลังอยู่ในภาวะเจริญรุ่งเรืองเหมาะในลงทุนเพื่อเข้าไปมีส่วนเป็นเจ้าของ แต่กิจการใดงบการเงินมีกำไรสุทธิทุกปี ขณะเดียวกันก็มีกระแสเงินสดไหลออกจากกิจการโดยตลอด เพื่อนนักลงทุนอาจจะกำลังถูกหลอกตบตาด้วยเทคนิคทางบัญชีให้เข้าใจว่ากิจการกำลังเจริญรุ่งเรือง แต่ความจริงกำลังจะเจ๊งก็เป็นได้ ดังนั้นจึงต้องดูทั้งกำไรสุทธิและกระแสเ้งินสดประกอบกันครับ ในงบการเงินของกิจการ (รวมทั้งบริษัทย่อย) ที่บริษัทจดทะเบียนต้องส่งให้ กลต. ทุกไตรมาสนั้น จะประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ได้แก่ 

  • งบดุล รายงานสถานะของกิจการด้านสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ณ วันสิ้นงวดที่รายงาน 
  • งบกำไรขาดทุน รายงานเกี่ยวกับ รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร/ขาดทุน ที่กิจการทำได้ในงวดที่รายงาน
  • งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น รายงานเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้น การเพิ่ม/ลดทุน การจ่ายเงินปันผล ที่เกิดขึ้นในงวดที่รายงาน
  • งบกระแสเงินสด รายงานเกี่ยวกับกระแสเงินสดที่ไหลเข้าิิสู่/ออกจากกิจการซึ่งเกิดขึ้นในงวดที่รายงาน จัดแบ่งเป็นประเด็นย่อยสี่ประเด็นคือ 
    • กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน       $$$
    • กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน @@@
    • กระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงิน 
    • ยอดเงินสดคงเหลือ ณ วันสิ้นงวดที่รายงาน
  • หมายเหตุประกอบงบการเงิน อธิบายรายละเอียดในประเด็นต่าง ๆ ที่ไม่อยากกล่าวในงบการเิงิน ให้รกหูรกตา ผู้ทำงบการเงินจะกำกับหมายเลขให้ไปดูรายละเอียดในหมายเหตุประกอบงบการเงินนี้แทน (ถ้าเป็นหนังสือ ส่วนนี้ก็เหมือนภาคผนวกนั่นเอง)

     เพื่อไม่ให้เทคนิคการบัญชีที่ถูกกฎหมายหลอกเอาได้ แทนที่จะดูแค่กำไรสุทธิ ผมมองผลประกอบการลึกลงไปอีกชั้นคือ ดูกำไรของผู้ถือหุ้นที่สร้างขึ้นได้ในแต่ละปี แทนที่จะดู { กำไรสุทธิ = รายได้ - ค่าใช้จ่าย } ก็ไปดู { กำไรของผู้ถือหุ้น = กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน - กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน } โดยที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน เป็นเงินสดที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กิจการ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจอันจะนำมาซึ่งผลประกอบการที่ดีอย่างยั่งยืน ในส่วนนี้จะเอามาเฉพาะกระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุนซึ่งเกี่ยวกับ ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และทรัพย์สินไม่มีตัวตน (ซอฟท์แวร์ สิทธิการเช่า สัมปทาน ใบอนุญาต แฟรนไชส์) ไม่รวมส่วนที่เป็นการลงทุนซื้อขายเพื่อการเก็งกำไร 
     บริษัทที่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไหลเข้ามาก แต่จำเป็นต้องจ่ายเงินสดจำนวนน้อยออกไปเพื่อลงทุนสร้างความสามารถในการแข่งขัน จะมีเงินสดพอกพูนอยู่ในกิจการมาก ทำให้มูลค่าความเป็นเจ้าของที่ผู้ถือหุ้นซื้อลงทุนเอาไว้เพิ่มพูนตามไปด้วย โดยสะท้อนออกมาเป็นราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น และเงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นได้รับ ดังนั้นการชำแหละหามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ แม้ว่าจะต้องลงลึกเข้าไปอีกชั้นเพื่อดูกำไรของผู้ถือหุ้นที่มาจากเงินสดที่เกิดจริง ๆ ในกิจการ แต่ก็คุ้มกว่าการดูแค่กำไรสุทธิ ดู PE ดู PBV ดู DE ที่อาจจะถูกหลอกได้ง่าย ๆ เพราะว่าในที่สุดแล้ว "Cash is King." ยังเป็นจริงมาตลอดตั้งแต่มนุษย์เริ่มใช้เงินสดเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนค้าขายจนถึงปัจจุบันและจะเป็นอย่างนี้ต่อไปในอนาคตครับ

===================================================
ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา รักษาต้นทุน นำหนุนกระแสเงินสด

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น = มูลค่าปัจจุบันของ (เงินสด + กำไรของผู้ถือหุ้นและเงินปันผลระหว่างถือหุ้น 10 ปี + เงินรับเมื่อขายกิจการทั้งหมด)

พิมพ์คำว่า "ลงทุนหุ้นไทย" ในกูเกิล

 facebook.com/truestockvalue
 twitter.com/thstockinvest
 gplus.to/chamlaehoon
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา " ชำแหละพื้นฐานหุ้น


Wednesday, May 16, 2012

ชำแหละหุ้น IVL 2012Q1 ดูประวัติมูลค่าที่แท้จริงเทียบกับราคาหุ้น


     ผมชำแหละหุ้น IVL หลังงบการเงิน 2012Q1 ได้มูลค่าที่แท้จริงในช่วง 39.00 - 48.25 บาท แต่อย่าลืมว่าตัวเลขนี้เป็นของไตรมาส 2012Q1 งวดสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2012 ไม่ใช่มูลค่าในวันนี้ (16 พ.ค. 2012) นะครับ เพื่อศึกษาว่าราคาหุ้น IVL มีการเคลื่อนไหวอย่างไรเมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริงซึ่งสกัดออกมาจากงบการเงินแต่ละไตรมาสที่ผ่านมา ผมวาดราคาปิดรายสัปดาห์ของหุ้น IVL ในกราฟเดียวกันกับประวัติมูลค่าที่แท้จริง ได้ผลลัพธ์ดังภาพข้างล่างครับ 

2012-05-16 IVL Intrinsic value channel v.s. share price as of 2012Q1

     จะสังเกตพฤติกรรมของราคาหุ้นในช่วงที่สเปรดราคาผลิตภัณฑ์ของ IVL ยังดีอยู่ได้ว่า สามารถทะลุมูลค่าที่แท้จริงเส้นบนขึ้นไปได้สูงมาก ก่อนมีการเทขายออกมาช่วงกลางไตรมาสซึ่งมีการประกาศผลประกอบการพอดี ขณะมีการปรับฐานใหญ่ ราคาหุ้นดิ่งลงมารับอยู่ที่มูลค่าที่แท้จริงเส้นล่างช่วงกลางไตรมาสถัดมาพอดี หล้งจากที่ราคาหุ้นหลุดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงในปลายไตรมาสถัดมาอีกเพราะการอ่อนตัวของสเปรดราคาผลิตภัณฑ์ ราคาหุ้นได้ใช้มูลค่าหุ้นที่แท้จริงเส้นล่างเป็นแนวต้าน รวมทั้งในระหว่างการแรลลี่ไปที่ราคาประมาณ 40 บาทกลางไตรมาส 2012Q1 ที่ผ่านมา เนื่องจากว่า กว่าเราจะได้งบการเงินมาคำนวณมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น เวลาก็ล่วงเลยผ่านเข้าไปในไตรมาสใหม่กว่าครึ่งไตรมาสแล้ว ดังนั้นหากเราสามารถประมาณตัวเลขรายได้ของกิจการที่จะเกิดขึ้นในไตรมาสปัจจุบันที่ยังไม่สิ้นสุดลงได้ ก็จะสามารถประมาณมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นในวันนี้ได้คร่าว ๆ ครับ ตัวเลขดังกล่าวต้องสืบหาจากบทวิเคราะห์หุ้นของโบรกเกอร์ต่าง ๆ ประกอบกับคำให้สัมภาษณ์ การแถลงข่าวของผู้บริหารกิจการว่า ปีต่อไป หรือไตรมาสต่อไปคาดว่ารายได้จะเป็นไปตามเป้าหรือไม่ อย่างไร ด้วยเหตุนี้ผมจึงใช้รายได้เป็นหลักในการคำนวณให้ได้มาซึ่งกำไรของผู้ถือหุ้นในอนาคต จากภาพข้างบน ผมมีความมั่นใจมากขึ้นกว่าแต่ก่อนว่า กระบวนการหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นที่ผมทำมาทั้งหมดนั้น สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้เป็นอย่างดีครับ สำหรับหุ้นตัวอื่น ๆ ที่อยู่ในความสนใจรอชำแหละต่อจากนี้ ได้แก่ JUBILE STPI JAS SINGER CK AIT HTECH SALEE PJW SAMTEL  และอีกหลาย ๆ ตัว ในบรรดาหุ้นเหล่านี้ มี JUBILE ตัวเดียวที่ผมสามารถชำแหละงบการเงินล่าสุดเสร็จในวันเดียว เนื่องจากมีข้อมูลเก่าอยู่แล้ว ส่วนหุ้นตัวอื่น ๆ ที่เหลือต้องเริ่มใหม่หมดทำให้แต่ละตัวจะต้องใช้เวลามากพอสมควรครับ


===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

ชำแหละหุ้น IVL 2012Q1 ดูมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น

     ผมชำแหละหุ้น IVL หลังงบการเงิน 2012Q1 จนได้ทราบว่า มูลค่าปัจจุบันของกิจการ IVL ตามสมมุติฐาน รายได้สะสมแบบอิ่มตัวเท่ากับ 13,691.89 - 14,645.95 ล้านบาท รายได้สะสมแบบเส้นตรง มูลค่ากิจการ 61,934.21 - 72,406.95 ล้านบาท รายได้สะสมแบบเส้นโค้งกำลังสอง มูลค่ากิจการ 247,826.37 - 309,683.28 ล้านบาท ผมกำหนดว่า สถานการณ์จริงน่าจะเกิดจากส่วนผสมของรายได้สะสมทั้งสามรูปแบบ โดยมีโอกาสเป็นไปตามรายได้สะสมแบบเส้นโค้งกำลังสอง 70 % เป็นไปตามรายได้สะสมแบบเชิงเส้น 20 % และเป็นไปตามรายได้สะสมแบบอิ่มตัว 10 % ดังนั้นผมจึงเอามูลค่ากิจการ IVL ในแต่ละสมมุติฐานคูณ 0.7 หรือ 0.2 หรือ 0.1 ตามลำดับ แล้วนำผลลัพธ์มาบวกกัน ได้เป็นมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ IVL ในช่วง 187,234.49 - 232,724.28 ล้านบาท ดังตารางข้างล่าง ในขณะนี้ IVL มีจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้ว 4,814.26 ล้านหุ้น ทำให้กิจการมีมูลค่าที่แท้จริง 38.89 - 48.34 บาทต่อหุ้น หรือปรับราคาตาม spread ราคาหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็น 39.00 - 48.25 บาท ครับ


2012-05-16 IVL Intrinsic values as of 2012Q1


โมห์นิศ ปะไพร ผู้แต่งหนังสือ "นักลงทุนดันโด" แนะนำว่า การเข้าซื้อหุ้นลงทุน ควรเผื่อความปลอดภัย 50 % คือเข้าซื้อที่ราคาครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริง แล้วถือหุ้นไป จนกว่า ราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นไปที่ราคา 90 % ของมูลค่าที่แท้จริงจึงขายทำกำไร ตามประสบการณ์ของโมห์นิศ ถ้าหุ้นที่เข้าลงทุนเป็นหุ้นดีจริง ราคาหุ้นจะขึ้นมาถึงระดับมูลค่าที่แท้จริง ณ ขณะที่เข้าลงทุน ภายใน 18 เดือน สำหรับหุ้นที่เติบโตดีจริง ๆ มูลค่าที่แท้จริงของหุ้นจะถูกปรับขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามผลประกอบการรายไตรมาสที่ออกมาดีขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเราอาจไม่มีโอกาสขายทำไรเลยในเวลาหลายปีเพราะราคาหุ้นเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ไม่ถึง 90 % ของมูลค่าที่แท้จริงที่ขยับขึ้นไปพร้อม ๆ กันเสียที สำหรับหุ้นที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเร็วมากในเวลาสั้น ๆ เขาจะรีบขายทำกำไรออกมาโดยไม่รอถึง 18 เดือน ครับ

กรณีหุ้น IVL เพื่อนนักลงทุนได้ทราบแล้วว่า มูลค่าที่แท้จริงในขณะนี้ อยู้ที่ 39.00 - 48.25 บาท มูลค่าที่แท้จริงนี้จะถูกปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทุกไตรมาสครับ ในโพสต์หน้าผมจะเอาประวัติมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น IVL เทียบกับราคาหุ้นในระยะ 2 ปีนี้มาฝากครับ

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

ชำแหละหุ้น IVL 2012Q1 ดูมูลค่าปัจจุบันของกิจการตามสมมุติฐานต่าง ๆ


     ผมชำแหละหุ้น IVL หลังงบการเงิน 2012Q1 จนได้ทราบว่า มูลค่าปัจจุบันของกำไรของผู้ถือหุ้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างสิบปีข้างหน้าตามแนวโน้มรายได้สะสม แบบอิ่มตัวเท่ากับ 2,617.35 ล้านบาท แบบเส้นตรงเท่ากับ 31,822.31 ล้านบาท และแบบเส้นโค้งกำลังสองเท่ากับ 114,946.13 ล้านบาท โดยมีกำไรของผู้ถือหุ้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในปีที่สิบตามแนวโน้มรายได้สะสม แบบอิ่มตัวเท่ากับ 190.81 ล้านบาท แบบเส้นตรงเท่ากับ 2,094.55 ล้านบาท และแบบเส้นโค้งกำลังสองเท่ากับ  12,371.38 ล้านบาท ต่อไปผมจะดูว่า กิจการ IVL มีมูลค่าเท่าใดในขณะนี้ มูลค่าของกิจการประกอบด้วยสามส่วนตามสมการ

มูลค่ากิจการ = เงินสดในมือ + กำไรของผู้ถือหุ้นที่เกิดขึ้นในสิบปีข้างหน้า + เงินที่ได้จากการขายกิจการออกไปในปีที่สิบ

ทุกส่วนประกอบต้องคิดเป็นมูลค่าในปัจจุบัน จากการชำแหละงบการเงินพบว่า ณ สิ้นไตรมาส 2012Q1 IVL มีเงินสดเหลืออยู่ 9,166.44 ล้านบาท ในขณะนี้เราทราบมูลค่าปัจจุบันของกำไรของผู้ถือหุ้นแล้วดังรายละเอียดข้างบน ยังเหลือแต่เงินที่ได้จากการขายกิจการทั้งหมดออกไปในปีที่สิบ ด้วยราคาขาย 10 - 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นซึ่งเกิดในปีสุดท้าย ดังนั้นผมจึงคูณมูลค่าปัจจุบันของกำไรของผู้ถือหุ้นที่เกิดในปีสุดท้ายนั้นด้วย 10 และ 15 ได้ผลลัพธ์ดังตารางข้างล่าง




เมื่อรวมมูลค่าปัจจุบันของ เงินสดในมือ กำไรของผู้ถือหุ้นที่เกิดระหว่างสิบปีข้างหน้า และเงินที่ได้จากการขายกิจการทั้งหมดออกไปในปีที่สิบ จะได้มูลค่าปัจจุบันของกิจการ IVL ตามสมมุติฐานต่าง ๆ ดังนี้
  • รายได้สะสมแบบอิ่มตัว มูลค่ากิจการ 13,691.89 - 14,645.95 ล้านบาท
  • รายได้สะสมแบบเส้นตรง มูลค่ากิจการ 61,934.21 - 72,406.95 ล้านบาท
  • รายได้สะสมแบบเส้นโค้งกำลังสอง มูลค่ากิจการ 247,826.37 - 309,683.28 ล้านบาท

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "

ชำแหละหุ้น IVL 2012Q1 ดูกำไรของผู้ถือหุ้นในสิบปีข้างหน้า


     ผมชำแหละหุ้น IVL หลังงบการเงิน 2012Q1 จนได้ทราบว่า กำไรของผู้ถือหุ้นสะสม = (0.0387*รายได้สะสม) - 1,183.97 ล้านบาท สมการนี้สามารถแทนข้อมูลจริงในอดีตได้ด้วยความมั่นใจ 81.81 % ต่อไปผมตั้งข้อสมมุติว่า จะซื้อกิจการทั้งหมดของ IVL เพื่อลงทุนเป็นเวลา 10 ปี แล้วจึงขายกิจการทั้งหมดออกไปที่ราคา 10 - 15 เท่าของกำไรของผู้ถือหุ้นที่กิจการสร้างได้ในปีสุดท้าย ผมเริ่มประเมินว่ากิจการ IVL ในวันนี้ควรมีมูลค่าเท่าใด โดยเริ่มจากการใช้ข้อมูลรายได้สะสมในอดีต 14 ไตรมาส มาหาสมการที่ทำนายค่ารายได้สะสมสำหรับ 40 ไตรมาส หรือ 10 ปี ในอนาคต โดยมีสมมุติฐานว่า สมการทำนายค่ารายได้สะสม ณ ไตรมาสต่าง ๆ ในอนาคต อาจจะเกิดขึ้นใน 3 รูปแบบคือ เป็นสมการเส้นตรง (linear) เป็นสมการเส้นโค้งยกกำลังสอง (quadratic) หรือเป็นสมการอิ่มตัวที่มีอัตราการเพิ่มของรายได้ 0.5 % ต่อไตรมาส ผมกำหนดเวลาเป็นตัวเลขจำนวนเต็มจากไตรมาสที่ -13 ไปถึง ไตรมาสที่ +40 โดยมี ข้อมูลรายได้สะสมจริงสำหรับไตรมาสที่ -13 ถึง ไตรมาสที่ 0 ดังรูปข้างล่าง ในกรอบสีม่วง

แนวโน้มรูปแบบที่ 1
     ผมประมาณแนวโน้มรายได้สะสมแบบสมการเส้นตรงด้วยฟังก์ชัน LINEST ใน Excel หรือ Open Office หรือ Google Docs (ในกรอบสีม่วงด้านขวา) ได้สมการ รายได้สะสม = (32,052,9179*ไตรมาส) + 436,891.25 ล้านบาท เราสามารถใช้สมการนี้ด้วยความมั่นใจ 96.00 %


แนวโน้มรูปแบบที่ 2
     ผมประมาณแนวโน้มรายได้สะสมแบบสมการเส้นโค้งกำลังสองด้วยฟังก์ชัน LINEST ใน Excel หรือ Open Office หรือ Google Docs (ในกรอบน้ำเงินข้างบน) ได้สมการ รายได้สะสม = [1,767.04*(ไตรมาส)^2] + [55,024.457*ไตรมาส] + 482,834.326 ล้านบาท เราสามารถใช้สมการนี้ด้วยความมั่นใจ 99.74 %

แนวโน้มรูปแบบที่ 3
     ผมประมาณแนวโน้มรายได้สะสมแบบสมการอิ่มตัวด้วยอัตราการเติบโด 0.5 % ได้สมการ รายได้สะสม = 1.005*(รายได้สะสมไตรมาสก่อนหน้า) ล้านบาท 

     เมื่อได้สมการแนวโน้มรายได้สะสมทั้งสามรูปแบบออกมาแล้ว ผมประมาณค่ารายได้สะสมของไตรมาสที่ 1 ถึง ไตรมาสที่ 40 ในอนาคตได้ดังคอลัมน์ที่ 3 - 5 ในตารางข้างล่าง สำหรับแนวโน้มรายได้สะสมแบบเส้นตรง เส้นโค้งกำลังสอง และอิ่มตัว ตามลำดับ ต่อไป ผมแปลงรายได้สะสมในอนาคตที่ได้ออกมาทั้งสามรูปแบบไปเป็นกำไรของผู้ถือหุ้นสะสมด้วยสมการ กำไรของผู้ถือหุ้นสะสม = (0.0387*รายได้สะสม) - 1,183.97 ล้านบาท ได้ดังคอลัมน์ที่ 6 - 8 ในตารางข้างล่าง สำหรับแนวโน้มกำไรของผู้ถือหุ้นสะสมแบบเส้นตรง เส้นโค้งกำลังสอง และอิ่มตัว ตามลำดับ ข้อมูลกำไรของผู้ถือหุ้นสะสมรายไตรมาสที่ได้ออกมาถูกแปลงไปเป็นกำไรของผู้ถือหุ้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในแต่ละปี ตลอด 10 ปีข้างหน้า ในคอลัมน์ที่ 9 - 11 ของตารางข้างล่างครับ




     ผมรวบรวมกำไรของผู้ถือหุ้นซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่าง 10 ปีข้างหน้า ซึ่งประเมินจากแนวโน้มทั้งสามรูปแบบ ไว้ในตารางข้างล่าง กำไรของผู้ถือหุ้นในอนาคตที่เกิดขึ้น ณ แต่ละช่วงเวลาเหล่านี้ มีมูลค่าแปรเปลี่ยนไปตามเวลา ดังนั้นตัวเลขแต่ละค่าต้องถูกแปลงย้อนกลับ (discounted) มาเป็นมูลค่าในปัจจุบัน ผมใช้อัตราผลตอบแทน 9 % ในการคิดลดมูลค่าในอนาคตมาเป็นมูลค่าในปัจจุบัน หมายความว่า ถ้าผมไม่เอาเงินมาลงทุนในกิจการนี้ แต่เอาไปลงทุนอย่างอื่น ผมน่าจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น 9 % ทบต้นต่อปี หรือคูณด้วย 1.09 ทุก ๆ ปี  
     การคิดลดมูลค่าในอนาคตมาเป็นมูลค่าปัจจุบันด้วยอัตราผลตอบแทน 9 % ทำได้ง่าย ๆ โดยการหารตัวเลขด้วย 1.09 เช่น ตัวเลขที่เกิดในปีที่ 5 ให้หารด้วย 1.09 ห้าครั้ง ตัวเลขที่เกิดในปีที่ 10 ให้หารด้วย 1.09 สิบครั้ง ได้มูลค่าปัจจุบันของกำไรของผู้ถือหุ้นในอนาคตดังคอลัมน์ที่ 5 - 7 ในตารางข้างล่างครับ




     โดยสรุป มูลค่าปัจจุบันของกำไรของผู้ถือหุ้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างสิบปีข้างหน้าตามแนวโน้มรายได้สะสม แบบอิ่มตัวเท่ากับ 2,617.35 ล้านบาท แบบเส้นตรงเท่ากับ 31,822.31 ล้านบาท และแบบเส้นโค้งกำลังสองเท่ากับ 114,946.13 ล้านบาท โดยมีกำไรของผู้ถือหุ้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในปีที่สิบตามแนวโน้มรายได้สะสม แบบอิ่มตัวเท่ากับ 190.81 ล้านบาท แบบเส้นตรงเท่ากับ 2,094.55 ล้านบาท และแบบเส้นโค้งกำลังสองเท่ากับ  12,371.38 ล้านบาท ครับ

===================================================

ติดตาม "ลงทุนหุ้นไทย ผ่างบการเงิน ชำแหละพื้นฐานหุ้น ลงทุนถูกเวลา" ที่
หาเพื่อนนักลงทุนในกลุ่มสนทนา "ชำแหละพื้นฐานหุ้น "